Schema Markup เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่เปรียบเสมือน “ทางลัด” ที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จ โดยไม่ต้องพึ่งพาการยิงโฆษณาให้เปลืองงบประมาณ หลายคนอาจมองว่าการติดตั้งโค้ดเหล่านี้เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และต้องใช้เวลาทำความเข้าใจนาน บทความนี้ KRA-JANG เลยจะมาอธิบายทุกคนแบบเบาสมองว่า Schema Markup คืออะไร มีทั้งหมดกี่ประเภท และโค้ดชุดไหนที่คนนิยมใช้กันบ้าง ไปดูกัน!
Schema Markup คืออะไร
Schema Markup คือ โค้ดที่สามารถติดตั้งบนเว็บไซต์ เพื่ออธิบายข้อมูลให้ Search Engine เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดได้ดีขึ้น และทำให้เนื้อหาของเว็บไซต์แสดงผลในรูปแบบ Rich Snippet บนหน้า SERP ผู้ใช้จึงสามารถอ่านข้อมูลสำคัญ ๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องกดเข้ามาในเว็บไซต์
Schema Markup มีกี่ประเภทผู้คนนิยมใช้โค้ดชุดไหนบ้าง
ปัจจุบัน Schema Markup มีให้เลือกใช้หลากหลายตัว ซึ่งโค้ดยอดนิยมก็มีดังต่อไปนี้ครับ
Organization

เป็นโค้ดที่ใช้ในการแสดงข้อมูลขององค์กร เพื่อให้ Search Engine เข้าใจภาพรวมของธุรกิจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัท โลโก้ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อ เหมาะกับเว็บไซต์แบรนด์ ธุรกิจออนไลน์ หรือธุรกิจที่ไม่มีหน้าร้านก็ได้
Product Snippet

ใช้แสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ คะแนนดาว รีวิวข้อดี-ข้อเสีย ราคา และสต็อกสินค้า ซึ่งมักจะใช้ในหน้ารีวิวสินค้า มากกว่าหน้าเพจสำหรับซื้อขายสินค้า
Merchant Listing

แตกต่างจาก Markup ด้านบนตรงที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าชัดเจนกว่า เช่น ราคาปกติ ราคาโปรโมชัน สถานะของสินค้า ข้อมูลการจัดส่งสินค้า และนโยบายการคืนสินค้า โดยตัวอย่างการใช้งาน Schema Markup นี้มักจะใช้ในเว็บไซต์ E-Commerce เช่น Shopee, LAZADA
Local Business

มักใช้กับธุรกิจที่มีหน้าร้าน ลูกค้าสามารถเดินทางมาซื้อหรือใช้บริการได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะร้านอาหาร โค้ดนี้จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับชื่อร้าน สถานที่ตั้ง เวลาทำการเปิด-ปิด เบอร์โทรศัพท์ รีวิว และระดับความหนาแน่นของลูกค้า
FAQ

เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีคำถามและคำตอบบ่อย ๆ เช่น เว็บไซต์รัฐบาล โรงพยาบาล หรือองค์กรสำคัญต่าง ๆ ผู้ใช้สามารถกดเพื่ออ่านคำตอบได้เลย โดยไม่ต้องกดเข้าไปอ่านในเว็บไซต์
Article

แสดงเนื้อหาที่เป็นบทความหรือข่าว มักใช้ในเว็บไซต์สำนักข่าวและแสดงผลเป็นเรื่องเด่น (Top Stories) บนหน้า SERP อาจจะเป็นข่าวด่วน ข่าวที่กำลังเป็นประเด็นร้อน เพราะผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจและค้นหาบน Search Engine จำนวนมาก
Video

เป็นชุดคำสั่งที่ใช้แสดงเนื้อหาวิดีโอ เช่น YouTube, Tiktok, IG Reels หรือ Facebook Video ซึ่งช่องไหนมีการทำ YouTube SEO ก็มีโอกาสที่คลิปวิดีโอของคุณจะติดอันดับมากขึ้นครับ
Review Snippets

เป็นการแสดงข้อความรีวิวสั้น ๆ หรือการให้คะแนนโดยเว็บไซต์รีวิว โดยจะให้คะแนนเป็นดาวตั้งแต่ 1 ถึง 5 มักจะใช้กับการรีวิวหนังสือ ภาพยนตร์ ร้านอาหาร เมนู แอปพลิเคชัน เป็นต้น
Person

เป็นโค้ดที่ใช้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เรากำลังค้นหา เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด ผลงานเด่น ประวัติโดยย่อ เป็นต้น โดยมักจะปรากฏกับผู้คนที่มีชื่อเสียงหรือมีความสำคัญในวงการต่าง ๆ
How-to

ชุดคำสั่งที่ใช้ในการแสดงวิธีการทำทีละขั้นตอน เช่น การทำอาหาร การสมัครสมาชิก การประกอบเฟอร์นิเจอร์ หรือการติดตั้งโปรแกรม
Event

เป็นโค้ดแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับอีเวนต์ต่าง ๆ เช่น สถานที่จัด ราคาตั๋ว เวลาทำการแสดง และอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้คนค้นพบกิจกรรมน่าสนใจได้ง่ายขึ้น
Schema Markupมีความสำคัญอย่างไรสำหรับสาย SEO ในยุค AI Search
ประโยชน์ของการติดตั้ง Schema Markup โดยทั่วไป คือช่วยให้ Google สามารถแสดงผลเว็บไซต์เมื่อผู้คนค้นหาด้วย Keyword ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้ Click-through Rate (CTR) เพิ่มขึ้นตามไปด้วย รวมถึงเพิ่มโอกาสในการติดหน้าแรกของ Google ด้วยเช่นกัน
แต่สำหรับยุค AI Search ก็ถือเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะชุดคำสั่งแต่ละตัวก็จะมีหน้าที่ของตัวเอง เช่น แสดงราคา รีวิว คำถาม คำตอบ หรือบอกที่อยู่ของบริษัท สิ่งนี้ช่วยทำให้ AI สามารถดึงเนื้อหาของคุณไปแสดงผลคำตอบได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเดาบริบทของเนื้อหา นอกจากนี้ ยังเป็นการป้องกันไม่ให้ AI แสดงผลผิดพลาด ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสูญเสีย Conversion ได้
ขั้นตอนการติดตั้ง Schema Markupบนหน้าเว็บไซต์ โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเอง
สำหรับใครที่ไม่มีความรู้ด้านการเขียนโค้ด Schema Markup ก็ไม่ต้องกังวลไป วันนี้กระจ่างมีวิธีการติดตั้งที่ทุกคนสามารถเอาไปทำตามได้เลย!
1. เลือกประเภท Schema ที่ต้องการ
เริ่มจากที่ทุกคนเข้าไปเลือก Schema ที่ต้องการใช้บน Google Search Central หรือ Schema.org โดยต้องเลือกให้เหมาะสมกับเนื้อหาหรือประเภทของเว็บไซต์ที่ต้องการใช้งาน
2. ใช้โปรแกรมช่วยมาร์กอัป Structured Data
ใช้โปรแกรม Structured Data Markup Helper เพื่อช่วยสร้างโค้ดที่เหมาะสมกับเนื้อหาบนเว็บไซต์ และอย่าลืมกรอกเว็บไซต์ที่ต้องการให้ติดตั้ง Schema ในช่องด้านล่างด้วย
3. สร้างโค้ด HTML
หลังจากเลือกข้อมูลครบทุกอย่างแล้วให้กด “เริ่มการติดแท็ก” (Create HTML) โดยคุณสามารถคัดลอกหรือดาวน์โหลดโค้ดได้เลยทันที
4. ติดตั้งโค้ดบนเว็บไซต์
นำโค้ดที่ได้ไปใส่ส่วน <head> ของ HTML ของหน้าเว็บไซต์ที่เราต้องการ แต่ใครที่ใช้ WordPress สามารถติดตั้งผ่าน Plugin ได้เลยครับ

รูปแบบ Structured Data ที่ Google รองรับ มีอะไรบ้าง
ทาง Google รองรับรูปแบบของ Structured Data หรือรูปแบบการเข้ารหัสโค้ด Schema ทั้งหมด 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
- JSON-LD เป็นรูปแบบที่ Google แนะนำและเหมาะกับยุค AI Search มากที่สุด เป็น Jacascript ที่ฝังในแท็ก <head> และ <body> ของหน้า HTML นิยมใช้เพราะโค้ดมีความสะอาดตา รวมถึงง่ายต่อการอัปเดตและแก้ไขจุดผิดพลาด
- Microdata ทำการฝัง Structured Data ลงใน HTML ของเว็บไซต์โดยตรง เมื่อเทียบกับ JSON-LD ถือว่าติดตั้งยากกว่าประมาณหนึ่ง
- RDFa ฝังอยู่ในแท็กของ HTML เช่น <div> หรือ <span> เพื่อให้ Schema Markup สอดคล้องกับเนื้อหาที่แสดงผลบนเว็บไซต์
ข้อผิดพลาดที่มักจะเจอหลังติดตั้ง Schema Markup
นี่คือ 3 ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยหลังจากการติดตั้ง Schema Markup ซึ่งทุกคนสามารถตรวจสอบ Error อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ด้วยเครื่องมือ Google Rich Results Test ครับ
Invalid Values
ค่าไม่ถูกต้อง อาจเกิดจากใส่ข้อความแทนตัวเลข เช่น ใส่ราคาว่า “สองร้อยห้าสิบ” แทนที่จะเป็น “250” ไม่ได้เขียนวันเดือนปีตามหลักการ YYYY-MM-DD หรืออื่น ๆ โดยจะต้องแก้ไขด้วยการกรอกให้ถูกต้องตามรูปแบบที่กำหนด
Missing Required Fields
ลืมใส่ข้อมูลหรือปล่อยให้รายละเอียดว่าง เช่น ติดตั้ง Merchant Listing แต่ลืมใส่ราคา รูปภาพ หรือคำอธิบายผลิตภัณฑ์
Incorrect Schema Type
เลือกใช้โค้ด Schema ผิดประเภท เช่น ใช้ How-to Schema กับหน้าสินค้า / ใช้ FAQ Schema กับหน้ารีวิว เป็นต้น
สรุป
การทำงานของ Schema Markup คือติดแท็กเพื่อให้ Search Engine รับทราบว่าหน้าเว็บไซต์มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และสามารถแสดงผลบนหน้า SERP ได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าจะไม่ได้การันตีการติดหน้าแรก Google ทันทีที่ติดตั้ง แต่ก็เป็นผลดีในระยะยาว เพราะช่วยให้ User มองเห็นเนื้อหาสำคัญตั้งแต่ช่วงแรกของผลการค้นหา ซึ่งช่วยเพิ่มการมองเห็นและการเข้าถึงแบรนด์เบื้องต้นอย่างแน่นอน