รู้จักจิตวิทยาการขาย พร้อมเทคนิคเรียกลูกค้า สร้างกำไรให้แบรนด์

แชร์
รู้จักจิตวิทยาการขาย พร้อมเทคนิคเรียกลูกค้า

“อยากขายอะไร ต้องเข้าใจลูกค้าก่อน” เชื่อว่าเป็นประโยคที่นักการตลาดหลายคนต้องเคยได้ยิน ลูกค้าตัดสินใจซื้อเพราะอะไร? ทำไมพวกเขาถึงยอมจ่าย? คำถามเหล่านี้อธิบายได้ด้วย “จิตวิทยาการขาย” ที่จะบอกเบื้องหลังกระบวนการคิดของลูกค้า ทำให้คุณสามารถออกแบบวิธีการขายที่ตรงใจ และสร้างยอดขายให้กับแบรนด์ในระยะยาว อยากเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ต้องลองอ่านบทความนี้เลย!

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

    จิตวิทยาการขาย คืออะไร?

    จิตวิทยาการขาย คืออะไร

    จิตวิทยาการขาย (Psychology of Sales) คือ ศาสตร์แห่งการสำรวจและศึกษาด้านพฤติกรรม และกระบวนการคิดของผู้บริโภค เพื่อให้นักการตลาดเข้าใจถึงเหตุผลและวิธีการตัดสินใจซื้อของลูกค้า จากนั้นนำมาวางแผนกลยุทธ์การขายให้กับแบรนด์

    โดย Gerald Zaltman ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเผยว่า 95% ของการตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นจากจิตใต้สำนึก นั่นหมายความว่าแบรนด์ต้องเชื่อมโยงกับลูกค้าผ่านอารมณ์ก่อน และใช้เหตุผลปิดท้าย เพื่อให้พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับแบรนด์ และมีเหตุผลมารองรับในการซื้อสินค้าชิ้นนี้

    จิตวิทยาการขาย คือการทำความเข้าใจกระบวนการคิดก่อนซื้อของผู้บริโภค

    จิตวิทยาการขายมีความสําคัญอย่างไรต่อนักการตลาด

    อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า การเข้าใจ Psychology of Sales จะช่วยให้เข้าใจวิธีการตัดสินใจซื้อของลูกค้ามากขึ้น แถมยังสามารถเจาะลึกได้อีกมากมาย ดังนี้

    เข้าใจแรงจูงใจของลูกค้า

    หลายครั้งที่ลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าเพราะราคา แต่ซื้อเพราะ Branding, พรีเซนเตอร์ หรือแม้กระทั่งการออกแบบ Packaging สิ่งเหล่านี้เกิดจากความชอบหรืออารมณ์เป็นหลัก การนำหลักจิตวิทยามาปรับใช้ ก็จะทำให้แบรนด์ได้วิธีการขายที่สอดคล้องกับมุมมองของลูกค้ามากขึ้นนั่นเองค่ะ

    แตกต่างจากแบรนด์อื่นด้วย “วิธีการขาย”

    ท่ามกลางตัวเลือกมากมายที่ก็สามารถตอบสนองความต้องการได้เหมือนกัน สิ่งที่จะทำให้แบรนด์ของคุณแตกต่างอาจไม่ใช่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่กลับเป็น “เทคนิคการขายสินค้า” ที่มาจาก “การเข้าใจความต้องการของลูกค้า” อย่างแท้จริง แถมยังทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์เชื่อมโยงกับตนเองด้วย

    เพิ่มยอดขายและลูกค้าของแบรนด์

    เทคนิคการขายที่โดนใจลูกค้า ย่อมสร้างรายได้และกำไรให้กับแบรนด์ได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้ ยังสามารถเปลี่ยน Prospective Customer ให้กลายเป็น Active Customer ได้อีกด้วยค่ะ

    จิตวิทยาการขาย ทำให้แบรนด์เข้าใจแรงจูงใจในการซื้อของลูกค้ามากขึ้น

    มัดรวม 7 เทคนิคจิตวิทยาการขายจูงใจให้ลูกค้าอยากซื้อ!

    Dr. Robert Cialdini ได้อธิบายถึงหลักการโน้มน้าวใจทั้ง 7 ประการ ที่นักการตลาดสามารถนำมาปรับใช้กับวิธีการขาย เพื่อปิดการขายอย่างรวดเร็ว จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน!

    1. Reciprocity ให้ก่อน ย่อมได้สิ่งตอบแทน

    ถ้าผู้ใหญ่ให้ของขวัญ เราก็ต้องพูดขอบคุณ เพื่อนซื้อขนมให้ โอกาสหน้าเราก็จะซื้อกลับ สิ่งนี้ก็ใช้ได้กับการตลาดเช่นกัน หากแบรนด์เป็นฝ่าย “ให้” ลูกค้าก่อน ไม่ว่าจะส่วนลด ทดลองใช้ฟรี หรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ พวกเขาก็จะรู้สึกยินดีและมีแนวโน้มที่จะ “ตอบแทน” ด้วยการซื้อของหรือกลายเป็นลูกค้าประจำในอนาคต

    2. Commitment และ Consistency ลูกค้าเชื่อในสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วเสมอ

    Cialdini อธิบายว่าผู้คนมักจะปฏิบัติในสิ่งที่ตนเองได้ตัดสินใจไปแล้วอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่อยากขัดแย้งกับความคิดของตัวเอง แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จากจุดนี้ด้วยการทำข้อตกลงเล็ก ๆ น้อย ๆ กับลูกค้า เช่น การสมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารพิเศษ เมื่อลูกค้าเป็นสมาชิกแล้วก็มีแนวโน้มว่าในอนาคต พวกเขาจะกลายเป็นลูกค้าของแบรนด์ เป็นต้น

    3. Liking แบรนด์ที่ใช่ ทำอะไรก็ถูกใจ

    ลูกค้าจะเต็มใจซื้อสินค้ามากขึ้น หากพวกเขามีความรู้สึกเชิงบวกกับแบรนด์ ไม่ว่าจะชื่นชอบในตัวสินค้า พนักงานขาย ไปจนถึงพรีเซนเตอร์ ทำให้เมื่อลูกค้ารักแบรนด์ไหนก็จะบอกต่อให้เพื่อน ๆ หรือคนรู้จัก ทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวแทนโดยที่แบรนด์ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาใด ๆ เลย

    4. Authority เปลี่ยนแบรนด์ให้เป็น “ตัวจริง” ในเรื่องที่ถนัด

    ไม่ว่าแบรนด์ไหนก็อยากให้ลูกค้ายกเป็นที่หนึ่ง หรือเป็นตัวจริงในอุตสาหกรรม เพราะบ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ และมีสิ่งที่แบรนด์อื่น ๆ ไม่มี ซึ่งนั่นก็แล้วแต่ว่าแบรนด์จะกำหนดให้เป็นอะไร เช่น “แบรนด์เดียวในไทยที่ส่งออกไปต่างประเทศ” “รับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ” หรือ “การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 ของประเทศ”

    รีวิวจากผู้ใช้จริง เป็นจิตวิทยาการขายที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ

    5. Social Proof ความคิดเห็นของผู้คน มีผลต่อการซื้อ

    ก่อนจะซื้ออะไร ลูกค้ามักจะหารีวิวจากผู้ใช้จริงก่อนเสมอ โดยเฉพาะความคิดเห็นจากเพื่อน คนรู้จัก KOL หรือ Influencers และยังสามารถการันตีคุณภาพด้วยรางวัลและการรับรองต่าง ๆ เพื่อทำให้สินค้ามีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น  

    6. Scarcity ยิ่งหายากแค่ไหน ยิ่งอยากได้มากขึ้นเท่านั้น

    “สินค้ามีจำนวนจำกัด” “ลดราคาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น!” หรือ “…จนกว่าสินค้าจะหมด” ล้วนเป็นประโยคที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อในเวลาสั้น ๆ เพราะลูกค้ากลัวจะเสียโอกาสดี ๆ นั้นไป (Fear of Missing Out) เพราะสินค้ายิ่งหายากหรือมีน้อยแค่ไหน ก็จะเพิ่มแรงจูงใจการซื้อมากขึ้นไปด้วย

    7. Unity ลูกค้าชื่นชอบแบรนด์ที่เป็น “พวกเดียวกัน”

    เมื่อลูกค้ามองว่าแบรนด์เป็นพวกเดียวกัน หรือเข้าใจตัวตนของพวกเขาจริง ๆ ก็อยากจะสนับสนุนหรือซื้อสินค้ามากขึ้นตามไปด้วย เช่น การสร้าง Club สำหรับกลุ่มลูกค้า เพื่อบ่งบอกว่าพวกเขาคือคนของแบรนด์ รวมถึงมอบสิทธิประโยชน์เฉพาะสมาชิก เพื่อให้รู้สึกว่าพวกเขาเป็นคนพิเศษ

    ส่อง Case Study จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ใช้เทคนิคจิตวิทยาการขาย

    มาดูกันว่าแบรนด์ดังระดับโลกได้นำหลักการ Psychology of Sales มาใช้ เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์อย่างไรบ้าง 

    Spotify

    Spotify มีบริการให้ลูกค้าทดลองใช้ Premium Individual ฟรี 1 เดือน และสามารถยกเลิกได้ทุกเมื่อโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ใช้ได้ลองใช้ก่อนว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ถ้าหากได้ลองแล้ว มองว่าแอปพลิเคชันนี้ตอบโจทย์ ก็จะสมัครใช้บริการในเดือนถัดไป เปรียบเสมือนการตอบแทนแบรนด์ตามหลักการ Reciprocity ค่ะ

    Spotify นำเทคนิคจิตวิทยาการขาย Reciprocity มาใช้

    Rare Beauty

    Rare Beauty แบรนด์เครื่องสำอางที่ได้นำหลักการ Social Proof มาเพื่อดึงดูดความสนใจ โดยใช้ User-Generated Content (UGC) มาแสดงบนเว็บไซต์ พร้อมระบุสินค้าที่ลูกค้าใช้จริง ทำให้ลูกค้าสามารถนำมาประกอบการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

    Rare Beauty ใช้หลักการ Social Proof ตามจิตวิทยาการขาย

    Supreme

    Supreme สตรีทแบรนด์จากสหรัฐอเมริกาที่โด่งดังจากโมเดล “Drops” โดยแบรนด์จะปล่อยคอลเลกชันพิเศษทุก ๆ วันพฤหัสบดี เวลา 11 โมงตรง และผลิตมาในจำนวนจำกัด (Scarcity) ทำให้สินค้าเหล่านั้นขายหมดภายในเวลาไม่กี่นาที และถูกนำไปขายต่อในราคาที่สูงมาก ๆ เพราะเป็นของหายากและไม่ผลิตอีกแล้ว

    จิตวิทยาการขายของ Supreme คือ การจำกัดจำนวนสินค้า

    สรุป

    เพราะการตัดสินใจซื้อของลูกค้าไม่ได้ใช้แค่เหตุผลอย่างเดียว บางครั้งก็เกิดจากอารมณ์หรือความต้องการในตอนนั้น การทำความเข้าใจว่าลูกค้าคิดอะไร หรือต้องใช้จิตวิทยาการขายแบบไหนจึงจะได้ผล ก็เป็นเรื่องที่นักการตลาดไม่ควรมองข้ามค่ะ นอกจากจะได้ยอดขายเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า และกระตุ้นให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งเป็นผลดีกับแบรนด์ในระยะยาวอีกด้วย

    Picture of krajang
    krajang

    บทความแนะนำ

    ในโลกดิจิทัลที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว การสร้างตัวตนของแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบนโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ของตนเอง
    1303
    แชร์
    ประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้เป็นสิ่งที่ควรทำเว็บไซต์ควรใส่ใจ โดยการปรับปรุงเชิง Technical SEO เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์และช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาคำตอบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
    1245
    แชร์
    ในโลกธุรกิจปัจจุบัน การทำ SEO นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่จะเห็นผลมากยิ่งขึ้นเมื่อทำ SXO หรือ Search Experience Optimization ควบคู่กันไปด้วย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดกลับไปให้ผู้ใช้
    1214
    แชร์

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    ยอมรับทั้งหมด
    จัดการความเป็นส่วนตัว
    • เปิดใช้งานตลอด

    บันทึกการตั้งค่า

    KRA-JANG พร้อมช่วยเหลือและทำธุรกิจไปกับคุณ

    รับการตอบกลับภายใน 1 ชั่วโมง