เรียกได้ว่า Evergreen Content เป็นคอนเทนต์คลาสสิกที่แบรนด์เลือกใช้ และยังเป็นตัวหนึ่งในตัวเลือกอยู่เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม วันนี้ KRA-JANG ชวนมาดูว่า Evergreen Content คืออะไร ทำไมถึงเป็นคอนเทนต์ยอดนิยมตลอดกาลที่ทุกคนต้องรู้จัก พร้อมพาไปดูข้อดี ข้อเสีย Evergreen Content และแจกเคล็ดลับเด็ด ๆ ในการทำคอนเทนต์ให้มีความโดดเด่นกันครับ

Evergreen Content คืออะไร
Evergreen Content คือคอนเทนต์ในลักษณะเชิงความรู้ ที่ตอบโจทย์ผู้อ่านอยู่เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม เปรียบเสมือนหญ้าที่เขียวสดอยู่ตลอดเวลา โดย Evergreen Content ที่ดี มักจะมีลักษณะดังนี้
- Timeless: ครอบคลุมเนื้อหาที่สามารถกลับมาอ่านเมื่อไหร่ก็ได้โดยไม่มีวันตกยุคสมัย
- Valuable: สามารถแก้ไขปัญหา ตอบข้อสงสัย หรือให้ความรู้แก่ผู้อ่านได้
- Consistently Relevant: เนื้อหาไม่ต้องการอัปเดตบ่อย แต่เป็นความจริง และมีประโยชน์ต่อผู้อ่านอยู่เสมอ แม้เวลาผ่านไป
ข้อดี และข้อเสียของ Evergreen Content
ทุกคอนเทนต์เหมาะกับการใช้งานในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป การรู้ข้อดี ข้อเสีย และลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมจึงจำเป็นอย่างมาก และสามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของคอนเทนต์ได้ด้วย
ข้อดีของ Evergreen Content

- อยู่เหนือกาลเวลา: สามารถกลับมาอ่านได้ตลอดเวลา และสามารถนำเนื้อหามาประยุกต์ใช้ได้
- แชร์ซ้ำได้เรื่อย ๆ: แบรนด์สามารถนำคอนเทนต์กลับมาแชร์ซ้ำเพื่อกระตุ้น engagement สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย หรือตอบข้อสงสัยของลูกค้าได้
- ทำได้โดยไม่ต้องรอกระแส: เนื่องจากเป็นหัวข้อที่คนมักจะอยากรู้ จึงทำให้คนสามารถเข้าถึงผ่าน Organic reach ได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องรอกระแส
ข้อจำกัดของ Evergreen Content
- การแข่งขันสูง : เนื่องจากเป็นคอนเทนต์ที่อยู่เหนือกาลเวลา จึงอาจมีคนทำค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะในคีย์เวิร์ดที่ได้รับความนิยม
- ใช้เวลาในการเข้าถึง : ใช้เวลาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนานกว่าคอนเทนต์เฉพาะ เนื่องจากไม่มีกระแสมาช่วยดันนั่นเอง
ตัวอย่าง Evergreen Content

วิธีทำ Evergreen Content ให้แตกต่างแต่ตอบโจทย์
ต่อให้เป็น Evergreen Content ก็ไม่จำเป็นต้องทำให้เหมือนกันเสมอไป การเพิ่มเอกลักษณ์ของแบรนด์ และลูกเล่นต่าง ๆ ลงไปยิ่งทำให้คอนเทนต์มีความน่าดึงใจมากยิ่งขึ้น
เลือกหัวข้อที่ตอบโจทย์
เลือกหัวข้อที่ตอบสนองจุดประสงค์ของการทำคอนเทนต์ ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และเป็นความจริงอยู่เสมอ แม้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม ซึ่งลักษณะการเรียบเรียงหัวข้อของ Evergreen Content ได้แก่
- ความรู้พื้นฐาน
- How to
- กรณีศึกษา
- วิธีการใช้งาน
- รีวิว
- FAQ
- จัดลำดับ หรือรวบรวมสิ่งที่เกี่ยวข้อง
- สัมภาษณ์
- งานวิจัย
เคล็ดลับ: ไม่จำเป็นต้องเลือกหัวข้อที่มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ หรือสินค้าโดยตรงเสมอไป แต่อาจเลือกหัวข้อในหมวดหมู่ที่มีความเกี่ยวข้องกันได้ เช่น หากขายสินค้าเพื่อสุขภาพ ก็สามารถเลือกหัวข้อในเรื่องการออกกำลังกายได้นะ
เลือกรูปแบบคอนเทนต์ที่ใช่
ควรเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ กลุ่มเป้าหมาย และแพลตฟอร์มที่ต้องการลง โดยวิเคราะห์จากพฤติกรรมการเสพสื่อของกลุ่มเป้าหมาย และจุดประสงค์ของคอนเทนต์ เช่น หากเป็นคอนเทนต์ให้ความรู้ เนื้อหาเยอะ และกลุ่มเป้าหมายใช้เวลาดูแต่ละคอนเทนต์ไม่นาน ควรเลือกทำคอนเทนต์ในรูปแบบ Infographic
เคล็ดลับ: การเลือกรูปแบบคอนเทนต์นั้นไม่จำเป็นต้องเป็นรูปแบบตายตัวเสมอไป อาจใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วยประยุกต์หัวข้อ หรือการนำเสนอในรูปแบบอื่นที่ยังสนองเป้าหมายการทำคอนเทนต์ และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ อีกทั้งยังทำให้คอนเทนต์มีความแตกต่างมากขึ้นด้วย เช่น หากมีข้อมูลที่เยอะ อาจลองดัดแปลงคอนเทนต์เป็นรูปแบบคลิปสั้นหลายๆคลิป เป็นต้น
ตัวอย่าง Evergreen Content ในรูปบทความ SEO

ลงทุนกับการทำ Keyword Research
Evergreen Content เป็นสิ่งที่หลายแบรนด์นิยมทำ เนื่องจากใช้ได้นาน ทำให้มีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การเลือก Keyword ที่ดีจึงจำเป็นอย่างมาก และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงคอนเทนต์ผ่าน Organic reach ได้
เคล็ดลับ: ควรมีทั้ง Short tail keywords และ Long-tail keywords โดยสามารถใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการช่วยเลือก Keywords เช่น Ubersuggest, Semrush, Google Keyword Planner และ Google trends เป็นต้น
อย่าลืมลบ Timestamp ออก
ในการทำ Evergreen Content ให้ดูสดใหม่อยู่เสมอ ควรหลีกเลี่ยงข้อมูล คำพูด หรือการนำเสนอที่บ่งบอกถึงช่วงเวลา หรือข้อมูลเฉพาะที่เป็นจริงแค่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น “ในปี 2026 นี้ ผู้บริโภคไม่นิยมรับประทานพิซซ่าหน้าสับปะรดอีกต่อไป” หรือ “เนื้อหมูมีราคา 35 บาทต่อกิโลกรัม”
เคล็ดลับ: หากเป็นคอนเทนต์แนว Education สามารถใช้ข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจงได้ แต่ไม่ควรนำมาเป็นเนื้อหาหลักของคอนเทนต์นะครับ
หาจุดเด่นให้กับคอนเทนต์
ถึงแม้ว่าจะเป็น Evergreen Content ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแนววิชาการ หรือทำเหมือนกับคอนเทนต์แบรนด์อื่นเสมอไป การหาเอกลักษณ์ให้กับคอนเทนต์ที่สะท้อนถึงตัวตนของแบรนด์ สามารถทำให้คอนเทนต์มีความแตกต่าง และน่าดึงดูดมากขึ้นได้ ซึ่งสามารถทำได้โดยการวาง Mood & tone การกำหนด Persona และวาง Brand Voice

ไอเดีย 6 คำถาม เวลาคิด Evergreen ไม่ออก
- คนมักถามอะไรเมื่อพูดถึงเรื่องนี้
- ปัญหาอะไรที่คนมักจะเจอ
- ถ้าต้องอธิบายเรื่องที่เกี่ยวข้องให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านนี้ฟัง จะอธิบายอะไร
- มีอะไรบ้างที่คนมักเข้าใจผิด
- เรื่องไหนที่ยังสำคัญอยู่ในอีก 3 ปีข้างหน้า
- เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของกลุ่มเป้าหมายอย่างไร
Evergreen Content ตัวอย่างการประยุกต์ให้แตกต่างแต่ตอบโจทย์
รู้เคล็ดลับกันไปแล้ว เรามาดูตัวอย่างคอนเทนต์จากแบรนด์ดังที่สามารถทำ Evergreen Content ได้ดี และมีเอกลักษณ์เป็นที่น่าจดจำกันเถอะ
Jones Salad
ในคอนเทนต์นี้ทางแบรนด์ได้ทำเป็น Evergreen Content โดยนำหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ (การออกกำลังกาย) มาประยุกต์เข้ากับเรื่อง Big 5 Personality ซึ่งเป็นแนวคิดจิตวิทยาที่มีความคลาสสิก โดยทั้ง 2 หัวข้อเป็นสิ่งที่คนให้ความสนใจอยู่เสมอ พร้อมเพิ่มความมีเอกลักษณ์ให้กับคอนเทนต์ผ่านการนำเสนอในรูปแบบการ์ตูนที่สร้างภาพจำให้กับแบรนด์อีกด้วยครับ

IKEA
หัวข้อ Evergreen Content ที่ IKEA เลือกใช้ในคอนเทนต์นี้คือการแต่งบ้าน ซึ่งเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ทางแบรนด์ขาย อีกทั้งเป็นการดึงดูดความสนใจด้วยการให้ความรู้ และกระตุ้นอารมณ์ให้กลุ่มเป้าหมายมีความอยากซื้อสินค้าจากทางแบรนด์มากขึ้น

สรุป
การทำ Evergreen Content จริง ๆ แล้วไม่ยากเลย แต่สิ่งที่ยากก็คือทำอย่างไรให้คอนเทนต์มีความแตกต่าง สามารถดึงดูดคนได้ ในขณะที่อยู่เหนือกาลเวลา และยังตอบโจทย์ของกลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอ หากใครต้องการตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้แบรนด์แตกต่างอย่างลงตัวแบบนี้ได้ ก็มาปรึกษาที่ KRA-JANG ได้เลยนะครับ เพราะเรามีบริการการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ตั้งแต่บทความ SEO น่าอ่าน ไปจนถึงคอนเทนต์ออนไลน์สนุก ๆ ให้คุณไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องการตลาดอีกต่อไป