Content Strategy คืออะไร พร้อมขั้นตอนการทำ และเคล็ดลับที่ต้องรู้ก่อนลงมือทำ

ในโลกยุคดิจิทัลที่หมุนเร็ว มีโอกาสใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจทุกขนาดในการทำการตลาดบนโซเชียลและช่องทางต่าง ๆ ที่สามารถพาให้แบรนด์ปังได้ และการทำการตลาดที่ดีควรมีแผนที่ชัดเจนเสมอ
แชร์
Content Strategy คืออะไร

Content Strategy จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า Content Strategy คืออะไร พร้อมขั้นตอนการสร้างแบบจับมือทำ และตัวอย่างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการทำคอนเทนต์จนครองใจทุกคนได้!

Content Strategy คืออะไร ต่างจาก Marketing Strategy อย่างไร

  • Marketing Strategy คือการวางแผนการตลาดโดยรวม เพื่อบรรลุเป้าหมายและสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ (Branding) การออกแบบสินค้า และบริการ ไปจนถึงการวางวิธีการโปรโมทและการขาย
  • Content Strategy คือกระบวนการคิด และสร้างคอนเทนต์ ตั้งแต่การวางแผน การผลิต การจัดการ การวัดผล และการพัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม รูปแบบ การนำเสนอ ไปจนถึงการวัดผล 

กล่าวง่าย ๆ ถ้าแบรนด์คือร้านอาหาร Marketing Strategy คือการกำหนดเมนูและราคา ส่วน Content Strategy คือเชฟที่ออกแบบอาหารให้น่าทาน เตรียมวัตถุดิบ และลงมือปรุงอาหารแต่ละจาน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า

ขั้นตอนสร้าง Content Strategy

1.กำหนดจุดประสงค์ของการทำคอนเทนต์

ก่อนเริ่มคิดคอนเทนต์ ต้องตอบให้ได้ว่าจุดประสงค์ของการสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาคืออะไร โดยจุดประสงค์เหล่านั้นอาจเป็น

  • เพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Awareness)
  • กระตุ้นการมีส่วนร่วม (Engagement)
  • ดึงดูดกลุ่มลูกค้า (Lead)
  • ปิดการขาย (Conversion)

การเลือกจุดประสงค์ในการทำ Content Strategy ที่สอดคล้องกับแบรนด์ทำให้สามารถคิดคอนเทนต์ได้อย่างชัดเจน เป็นระบบ และตอบสนองความต้องการของทั้งกลุ่มลูกค้าและแบรนด์ได้อย่างตรงจุด

2.ศึกษากลุ่มเป้าหมายและพฤติกรรม

การเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริงเป็นหนึ่งส่วนสำคัญที่ช่วยให้การทำคอนเทนต์ประสบความสำเร็จ โดยควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้

  • Demographic: กลุ่มเป้าหมายคือใคร อายุเท่าไหร่ เพศอะไร ทำอาชีพอะไร รายได้เท่าไหร่ อยู่ที่ไหน 
  • Behavior: กลุ่มเป้าหมาย มีพฤติกรรม ความเชื่อ ค่านิยม และไลฟ์สไตล์อย่างไร
  • Pain Points: ปัญหา หรือความท้าทายที่กลุ่มเป้าหมายเจอคืออะไร
  • Values & Motivations: กลุ่มเป้าหมายให้ความสำคัญกับอะไร อะไรคือแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ และใครหรืออะไรที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ
  • Interests: งานอดิเรก และสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายสนใจคืออะไร
  • Expectations: สิ่งที่กลุ่มเป้าอยากได้ หรือคาดหวังจากสินค้าและบริการคืออะไร
  • Media & Touchpoints: กลุ่มเป้าหมายเสพสื่อในช่องทางไหน ช่วงวัน และเวลาไหนบ้าง
การกำหนดกลุ่มเป้าหมายสำหรับทำ Content Strategy ที่ดี

3.สำรวจตลาดและศึกษาคู่แข่ง

ศึกษาว่าคู่แข่ง และธุรกิจใกล้เคียงทำContent Strategy แบบไหน อะไรที่เวิร์ก อะไรที่ขาดหายไป และอะไรคือสิ่งที่สามารถทำให้แบรนด์โดดเด่นขึ้นมาได้ เช่น หากคู่แข่งโพสต์โปรโมทสินค้าเพียงอย่างเดียว แบรนด์อาจสร้างความแตกต่างด้วยคอนเทนต์ที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น

เคล็ดลับ: สามารถใช้เครื่องมือ Social Listening Tools เพื่อช่วยให้เข้าใจตลาดและเทรนด์ปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น

4.วางแนวทางคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์

กำหนด Tone of Voice

Tone of voice คือบุคลิกภาพในการสื่อสาร และเป็นบรรทัดฐานในการแสดงออก การใช้ Tone of voice แบบเดียวกันช่วยสร้างภาพจำระยะยาว และกลุ่มเป้าหมายมีความรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ เช่น Nike มี Tone of Voice ที่สร้างแรงบันดาลใจ (Aspiring) และความกล้า (Bold) ทำให้ผู้สวมใส่ถูกจดจำในฐานะคนที่มีพลัง และพร้อมทำสิ่งใหม่ ๆ

วิธีการวาง Content Strategy และตัวอย่างจาก Nike ที่มีการวาง Tone of Voice เป็นอย่างดี

กำหนด Mood & Tone

Mood & Tone คือรูปแบบการสื่อสาร และความรู้สึกที่ส่งต่อถึงผู้รับสาร ครอบคลุมตั้งแต่ภาษาที่ใช้ อารมณ์ที่สื่อ ไปจนถึงองค์ประกอบศิลป์ของภาพ วิดีโอต่าง ๆ และแคมเปญ โดย Mood & Tone สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามคอนเทนต์ แต่ยังมีความสอดคล้องกับ Tone of voice ของแบรนด์ 

เช่น Nike มีการปรับใช้ Content Strategy ใน Mood & Tone ที่ต่างกันระหว่างแคมเปญโฆษณา “Seen it all” ที่ให้ความรู้สึกสนุกและทันสมัยผ่านการแรป (Rap) เกี่ยวกับศักยภาพของนักกีฬามืออาชีพ และนักกีฬาหน้าใหม่ และ “Find your greatness” ที่ให้แรงบันดาลใจผ่านเรื่องเล่าจากคนธรรมดา โดยที่ทั้ง 2 แคมเปญยังสะท้อน Tone of Voice เดียวกัน คือการสร้างแรงบันดาลใจ และความกล้าให้กับผู้สวมใส่

แคมเปญโฆษณา Seen it all – Nike

Link: “Nike” Seen It All (50th Anniversary)

แคมเปญโฆษณา Find your greatness – Nike

LINK: Nike: Find Your Greatness

ออกแบบ Content Pillar 

เลือกหมวดหมู่คอนเทนต์ (Content Pillar) เพื่อเป็นแนวทางหลักในการทำคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์จุดประสงค์ของแบรนด์ โดยสามารถแบ่งตามจุดประสงค์ หรือเนื้อหาของคอนเทนต์ก็ได้ เช่น 

  • Education: ให้ความรู้ในสิ่งที่เกี่ยวข้องสินค้า หรือแบรนด์
  • Entertainment: สร้างความบันเทิง ภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย และความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย
  • Promotion & Sale: ประชาสัมพันธ์โปรโมชัน และสินค้า หรือบริการต่าง ๆ
  • Behind-the-scenes: เบื้องหลังการทำงาน หรือการผลิต 
  • User generated content: คอนเทนต์ที่สร้างจากประสบการณ์จริงของลูกค้า เช่น การรีวิวสินค้า เป็นต้น
  • Trending content: คอนเทนต์ตามกระแส
  • Testimonial content: สาธิตวิธีการใช้สินค้า และบริการ

เคล็ดลับ: ในการทำ Content Strategy นั้น Content Pillar ยังมีอีกหลากหลายประเภท ควรเลือกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับจุดประสงค์เพียง 3 – 5 เสา เพื่อให้การทำคอนเทนต์มีแนวทางที่ชัดเจน และสามารถสร้างภาพจำแบรนด์ได้ง่าย 

เลือกหัวข้อคอนเทนต์ รูปแบบ และช่องทาง

นำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ เพื่อคิดหัวข้อคอนเทนต์ตาม Content pillars ที่ได้วางเอาไว้ ให้สนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ตรงจุดประสงค์ และเข้ากับทิศทางของแบรนด์ รวมทั้งรูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม และช่องทางที่ต้องการลง 

ตัวอย่างการแบ่ง Content Pillar และหัวข้อคอนเทนต์

ตัวอย่างการแบ่ง Content Pillar และหัวข้อคอนเทนต์ในการทำ Content Strategy

วางแผน และสร้างปฏิทินคอนเทนต์

วัน และช่วงเวลาการโพสต์คอนเทนต์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญใน Content Strategy ที่ทำให้คอนเทนต์สำเร็จได้ ควรสร้าง Content calendar และวางแผนการปล่อยคอนเทนต์โดยอ้างอิงจากข้อมูล Touch Point ที่ได้เพื่อเพิ่มยอดการเข้าถึง 

เคล็ดลับ: ในการสร้าง Content calendar สามารถใช้เทมแพลตจากเเว็บไซต์ช่วยจัดการงาน เช่น Monday, Notion, Envato, Clickup หรือเว็บไซต์รวบรวมเทมแพลตอย่าง Smartsheet เป็นต้น

6. ประเมินประสิทธิภาพคอนเทนต์ 

การประเมินประสิทธิภาพของคอนเทนต์เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สามารถพัฒนา Content Strategy ในอนาคตให้ดีขึ้นได้ และสามารถทำได้หลายวิธี โดยสามารถดูเบื้องต้นได้ดังนี้

  • การเข้าถึง (Reach): ปริมาณการเข้าชมของคอนเทนต์ในทุกรูปแบบ ได้แก่ ยอดการเข้าชมเว็บไซต์ (Website Traffic), ยอดการดูวิดีโอ (Video View) ,การเข้าถึงโพสต์ของบัญชีโซเชียลมีเดีย (Reach) และ จำนวนครั้งการเข้าดูโดยรวมของโพสต์ (Impression) โดยสามารถดูได้จากเครื่องมือดูสถิติหลังบ้านของแพลตฟอร์มที่ใช้ เช่น Tiktok Studio สำหรับ Tiktok, Meta Business Suite สำหรับ Facebook และ Instagram เป็นต้น
  • การมีปฏิสัมพันธ์ (Engagement): ยอดปฏิสัมพันธ์ของผู้ชม ไม่ว่าจะเป็น การกดไลก์ แชร์ หรือคอมเม้นต์
  • ความคิดเห็นจากผู้ชม: ผู้ชมมีความคิดเห็นอย่างไร ชอบ หรือไม่ชอบอะไร มีคำแนะนำ หรือคำติเตียนอย่างไร 
  • เปรียบเทียบกับคอนเทนต์ที่มีอยู่แล้ว: นอกจากจะทำให้เห็นว่าคอนเทนต์ดีขึ้น หรือไม่ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถทำให้วิเคราะห์แนวทางได้ว่าผู้ชมชอบหัวข้ออะไร และการนำเสนอแบบไหน โดยเปรียบเทียบจากคอนเทนต์เก่าที่เคยทำมา 

ตัวอย่างการดูสถิติคอนเทนต์จาก Tiktok Studio

ตัวอย่างการดูสถิติคอนเทนต์จาก Tiktok Studio ในการประเมินผล Content Strategy

ตัวอย่างแบรนด์ที่มีการทำ Content Strategy ที่ดี

หลายแบรนด์มีการทำ Content Strategy ที่ดี เราชวนมาดู 2 แบรนด์ดังเป็น Content Strategy ตัวอย่างว่ามีการทำกลยุทธ์อย่างไร และอะไรทำให้ประสบความสำเร็จ  

KFC

จุดเด่นของ KFC คือมี Tone of Voice ที่เป็นกันเอง เข้าถึงง่าย สร้างความสนุกสนาน มีการวางโทนด้วยสี CI ที่เด่นชัดในทุกโพสต์ ซึ่งสร้างภาพจำของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี และมีการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ติดตามตลอดเวลา ทำให้ผู้ติดตามอยากมีส่วนร่วมในคอนเทนต์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สร้าง Engagement ให้กับคอนเทนต์ อีกทั้งมีการเล่นคอนเทนต์ตามเทรนด์ พร้อมกับมีการร่วมมือ (collaboration) กับแบรนด์ต่าง ๆ ที่เป็นกระแส ทำให้คอนเทนต์มีความสดใหม่ ทันสมัย และน่าติดตาม 

ตัวอย่างคอนเทนต์ Entertainment ของ KFC

ตัวอย่างโพสต์ KFC ที่มีการทำ Content Strategy ที่ดีในการสร้าง awareness และ engagement

ตัวอย่างคอนเทนต์กระแสของ KFC

ตัวอย่างโพสต์ KFC ที่มีการทำ Content Strategy ที่ดีในการสร้าง awareness และ engagement

Jones Salad

จุดเด่นคือการสร้างภาพจำด้วยตัวการ์ตูน Mascot คุณลุงโจนส์ผู้รักสุขภาพ มีความรู้ และมีความเป็นกันเอง ปรากฏตัวอยู่ในทุกคอนเทนต์ เน้นการทำคอนเทนต์การ์ตูนให้ความรู้ด้านสุขภาพในเชิง Edutainment (Education + Entertainment) และมีการเล่นตามกระแส ให้ความรู้สึกเหมือนคุณลุงผู้ทันสมัยที่คอยให้ความรู้หลาน ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าได้ประโยชน์ พร้อมความสนุก และมีความรู้สึกผูกพันธ์กับแบรนด์ จนเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ

ตัวอย่างโพสต์ Jones Salad ที่มีการทำ Content Strategy ที่ดีในการสร้างคอนเทนต์กระแส

สรุป

การสร้างคอนเทนต์ที่ดีคือโอกาสสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และเพิ่มยอดขายได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ การทำ Content Strategy ที่ดีไม่จำเป็นต้องทำให้คอนเทนต์ไวรัลเสมอไป แต่เป็นต้องตอบโจทย์จุดประสงค์ในการทำ เข้ากับแนวทางของธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เพราะการตลาดที่ดีคือสิ่งที่พาให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว

Picture of krajang
krajang

บทความแนะนำ

ในโลกดิจิทัลที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว การสร้างตัวตนของแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบนโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ของตนเอง
1395
แชร์
ประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้เป็นสิ่งที่ควรทำเว็บไซต์ควรใส่ใจ โดยการปรับปรุงเชิง Technical SEO เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์และช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาคำตอบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
1338
แชร์
อยากทำ SEO ด้วยตัวเอง แต่ไม่รู้ต้องเริ่มต้นยังไง ยังไม่มีพื้นฐานใด ๆ เลย บทความนี้รวบรวมทุกขั้นตอนเบื้องต้นมาให้คุณแล้ว มือใหม่อ่านแล้วทำตามได้ง่าย ๆ แน่นอน
1312
แชร์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

KRA-JANG พร้อมช่วยเหลือและทำธุรกิจไปกับคุณ

รับการตอบกลับภายใน 1 ชั่วโมง