ทำความรู้จัก Imposter Syndrome โรคกดดันตัวเองของคนเก่ง

เคยไหมที่ได้รับคำชมจากคนอื่นว่า "เก่งจังเลย" แต่ในใจกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งจริงอย่างที่เขาพูด หรือแม้จะประสบความสำเร็จมีผลงานเป็นที่ยอมรับ แต่ลึก ๆ กลับกังวลว่าสักวันจะถูก “จับได้” ว่าคุณไม่ได้เก่งพอ
แชร์
imposter syndrome คืออะไร

หากคุณเคยรู้สึกแบบนี้ นั่นไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่ววูบ แต่มันคือสัญญาณของ Imposter Syndrome (อิมพอสเตอร์ ซินโดรม) ภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นได้กับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่ประสบความสำเร็จสูง บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Imposter Syndrome คืออะไร มีอาการแบบไหน และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

KRAJANG Summary

  • Imposter Syndrome คือ ภาวะที่คนรู้สึกว่าตนเองไม่เก่งหรือไม่คู่ควรกับความสำเร็จ แม้จะมีผลงานชัดเจนก็ตาม ผู้ที่มีภาวะนี้มักคิดว่าความสำเร็จเกิดจากโชคหรือความเข้าใจผิดของคนอื่น
  • อาการของผู้ที่มีภาวะ Imposter Syndrome ไม่เชื่อว่าความสำเร็จของตนเกิดจากความสามารถจริง ๆ และลดทอนความสามารของตัวเองลง ไม่กล้ารับคำชม และหลีกเลี่ยงโอกาสใหม่ ๆ
  • ภาวะ Imposter Syndrome สามารถรับมือได้ด้วยการสังเกตความคิดและยอมรับคำชม หากกระทบชีวิตประจำวันควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเอง
เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ
    Imposter Syndrome คืออะไร

    Imposter Syndrome คืออะไร? โรคขาดความมั่นใจที่หลายคนเป็นโดยไม่รู้ตัว

    Imposter Syndrome หรือ ภาวะหลอกลวงตัวเอง คืออาการที่บุคคลรู้สึกไม่มั่นใจในความสามารถ หรือความสำเร็จของตนเอง ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่าตนเองมีคุณค่าหรือประสบความสำเร็จแล้วก็ตาม

    ในปี 1978 นักจิตวิทยา Pauline Rose Clance และ Suzanne Imes ได้บัญญัติคำนี้ขึ้นมาเพื่ออธิบาย กลุ่มผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จแต่กลับไม่เชื่อในความสามารถของตนเอง งานวิจัยในเวลาต่อมาพบว่า Imposter Syndrome สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

    คนที่มีภาวะนี้มักรู้สึกเหมือน “นักต้มตุ๋น” หรือ “ตัวปลอม” ที่แอบเข้ามาในโลกของคนเก่ง พวกเขามักคิดว่าความสำเร็จที่ได้มาเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ โชคช่วย หรือเป็นเพราะคนอื่นยังไม่รู้ความจริง ว่าตัวเองไม่ได้เก่งจริง ๆ ทำให้เกิดความวิตกกังวล และกลัวว่าจะถูกเปิดโปงในที่สุด

    Imposter Syndrome มีอาการอย่างไร? สำรวจ 6 สัญญาณที่ต้องระวัง

    ภาวะ Imposter Syndrome ไม่ได้แสดงออกเหมือนกันทุกคน แต่มีลักษณะร่วมที่สามารถสังเกตได้ ดังนี้

    ภาวะ Imposter Syndrome มีอาการอย่างไร

    1. ไม่เชื่อว่าตนเองสมควรได้รับความสำเร็จ

    แม้จะเลื่อนตำแหน่ง ได้รางวัล หรือได้รับคำชม แต่จะมองว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ไม่ใช่เพราะความสามารถของตัวเอง

    2. รู้สึกกลัวว่าจะถูก “จับได้” ว่าไม่เก่งจริง

    มีความกลัวลึก ๆ ว่าสักวันหนึ่งคนอื่นจะรู้ว่าเราไม่ได้เก่งอย่างที่พวกเขาคิดไว้ ความกลัวนี้สร้างความกดดันให้ต้องทำตัวให้เพอร์เฟกต์อยู่เสมอ

    3. ตั้งมาตรฐานตัวเองสูงเกินไป (Self-imposed perfectionism)

    กลุ่มคนที่มี Imposter Syndrome มักคาดหวังให้ตัวเองทำได้ดีที่สุด และมักรู้สึกผิด หากทำได้ไม่ถึงเป้าหมาย แม้ความสำเร็จนั้นจะมากกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปแล้วก็ตาม

    4. ลดทอนความสำเร็จของตนเอง (Minimizing achievement)

    ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จแค่ไหน พวกเขามักพูดถึงมันในแบบที่ลดค่า เช่น “ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก” หรือ “ใครก็ทำได้” ซึ่งทำให้ยิ่งรู้สึกว่าไม่ได้มีคุณค่าอะไรจริง ๆ

    5. ไม่กล้ารับคำชม

    เมื่อมีคนชมคนที่มีภาวะนี้มักตอบกลับด้วยความไม่สบายใจ เช่น “ไม่หรอกค่ะ/ครับ ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ” ทั้งที่คำชมนั้นมาจากผลงานจริงที่พวกเขาทำได้ดี

    6. หลีกเลี่ยงโอกาสใหม่ ๆ

    เนื่องจาก Imposter Syndrome คือโรคขาดความมั่นใจในศักยภาพ หลายคนจึงเลี่ยงโอกาสที่จะเติบโต เช่น ไม่รับโปรเจกต์ใหญ่ หรือไม่กล้าเสนอไอเดีย เพราะกลัวความล้มเหลว

    สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะ Imposter Syndrome คืออะไร?

    ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว แต่มาจากหลายสาเหตุที่ซับซ้อน ได้แก่

    สายอาชีพไหนมีแนวโน้มเป็น Imposter Syndrome บ้าง
    • ตั้งมาตรฐานสูงเกินไป: ความเชื่อที่ว่าต้อง “เพอร์เฟกต์” ในทุกด้าน ทำให้ไม่สามารถเห็นคุณค่า ของความสำเร็จที่ได้รับ
    • การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น: การใช้ความสำเร็จของคนอื่นมาเป็นมาตรฐานในการประเมิน ตัวเอง ทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ
    • ประเมินความสามารถของตัวเองต่ำไป: ไม่ยอมรับว่าความสำเร็จเกิดจากความสามารถของตัวเอง แต่โทษว่าเป็นเรื่องของ “โชคดี”
    • ความคาดหวังทางสังคมและวัฒนธรรม: สังคมที่ให้ความสำคัญกับการแข่งขัน และความสำเร็จที่รวดเร็ว อาจทำให้คนที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานนี้รู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า

    ใครมีแนวโน้มเป็น Imposter Syndrome บ้าง?

    แม้ภาวะนี้จะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มักพบมากในกลุ่มอาชีพที่ต้องเผชิญกับความคาดหวังสูง และมีการแข่งขันสูง ได้แก่

    คนทำงานสายสร้างสรรค์และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง

    นักเขียน Copywriter, Graphic Designer, หรือ SEO Specialist เนื่องจากผลงานของคนกลุ่มนี้ มักจะต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากลูกค้าและทีมงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนรู้สึกว่า ผลงานของฉันยังดีไม่พอ

    คนที่ประสบความสำเร็จเร็ว

    ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจอายุน้อย ผู้จัดการที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว หรือนักกีฬาดาวรุ่ง เมื่อความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด พวกเขามักจะไม่ได้รู้สึกว่าได้พิสูจน์ตัวเองอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงตัวปลอมที่ได้มาซึ่งโอกาสโดยไม่คู่ควร

    วิธีรับมือกับภาวะ Imposter Syndrome

    นักเรียนหรือนักวิชาการ

    ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันทางวิชาการ นักเรียนและนักวิชาการมักจะรู้สึกว่าตัวเอง ต้องเก่งที่สุดอยู่เสมอ และเมื่อทำผลงานได้ดี ก็จะคิดว่า “คนอื่นก็ทำได้” หรือ “แค่โชคดี” ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ Imposter Syndrome ที่พบได้บ่อยมาก

    วิธีรับมือกับ Imposter Syndrome อย่างถูกวิธี

    การรับมือกับภาวะนี้ไม่ใช่การบอกตัวเองว่า “ต้องเก่งกว่านี้” แต่คือการเรียนรู้ที่จะยอมรับตัวเอง และเปลี่ยนทัศนคติ ดังนี้

    วิธีรับมือ imposter syndrome

    1. สังเกตความคิดและยอมรับว่าคุณกำลังรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง

    ขั้นตอนแรกคือการ “รู้ตัว” ว่าความคิดที่บอกว่าคุณไม่เก่งนั้นไม่ใช่ความจริง ให้พูดกับตัวเองเสมอว่านี่คือ Imposter Syndrome ไม่ใช่ความล้มเหลวของเรา

    2. ฝึกพูดขอบคุณเมื่อมีคนชม

    แทนที่จะปฏิเสธคำชมด้วยคำพูดที่ลดทอนคุณค่าตัวเอง ให้เริ่มต้นด้วยการพูดว่า “ขอบคุณ” และยิ้มรับด้วยความเต็มใจ

    3. ตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง ไม่เพอร์เฟกต์

    หลีกเลี่ยงการตั้งมาตรฐานให้ตัวเองสูงเกินจริงจนเป็นไปไม่ได้ ให้เปลี่ยนเป็นการตั้งเป้าหมายที่วัดผลได้จริง และมุ่งเน้นที่การพัฒนาทีละก้าว

    4. พิจารณาขอคำปรึกษาด้านจิตวิทยา

    หากความรู้สึกไม่มั่นใจเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน การพูดคุยกับนักจิตวิทยาด้านสุขภาพจิต สามารถให้เครื่องมือที่เหมาะสมกับคุณได้ เช่น CBT (Cognitive Behavioral Therapy) ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณเชื่อมั่นในตัวเองขึ้นมาใหม่ได้อย่างเป็นระบบ

    เมื่อเริ่มเข้าใจว่า Imposter syndrome ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง เราจะเริ่มก้าวข้ามความไม่มั่นใจในตัวเอง และมองเห็นคุณค่าในตัวเองได้อย่างชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ

    สรุป

    Imposter Syndrome คือความรู้สึกไม่มั่นใจในความสำเร็จของตัวเอง แม้จะมีหลักฐานชัดเจนว่า คุณทำได้ดีก็ตาม ซึ่งภาวะนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่เก่ง แต่เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของความคิด ที่บิดเบือนจากความจริง

    ดังนั้น การรับมือกับมันไม่ใช่การพยายามทำให้ตัวเองต้องเก่งกว่านี้ แต่คือการเรียนรู้ที่จะ ยอมรับและเห็นคุณค่าในความสามารถของตัวเองมากขึ้น

    Picture of krajang
    krajang

    บทความแนะนำ

    ในโลกดิจิทัลที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว การสร้างตัวตนของแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบนโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ของตนเอง
    1342
    แชร์
    ประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้เป็นสิ่งที่ควรทำเว็บไซต์ควรใส่ใจ โดยการปรับปรุงเชิง Technical SEO เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์และช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาคำตอบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
    1286
    แชร์
    ในโลกธุรกิจปัจจุบัน การทำ SEO นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่จะเห็นผลมากยิ่งขึ้นเมื่อทำ SXO หรือ Search Experience Optimization ควบคู่กันไปด้วย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดกลับไปให้ผู้ใช้
    1247
    แชร์

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    ยอมรับทั้งหมด
    จัดการความเป็นส่วนตัว
    • เปิดใช้งานตลอด

    บันทึกการตั้งค่า

    KRA-JANG พร้อมช่วยเหลือและทำธุรกิจไปกับคุณ

    รับการตอบกลับภายใน 1 ชั่วโมง