รวมวิธีกำจัดความเครียดฉบับเร่งด่วน! สำหรับคนชีวิตยุ่ง ไม่มีเวลา ก็ทำตามได้ ไม่ยาก!

แชร์
วิธีกำจัดความเครียดฉบับเร่งด่วน

บางทีชีวิตวิ่งวุ่นทำงานตั้งแต่เช้ายันดึก แน่นอนว่าแค่บางทีจะพักสมอง ใช้เวลาส่วนตัวของตัวเองก็ยังรู้สึกว่าไม่มีเวลาแม้แต่จะหายใจ แล้วแบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปจัดการความเครียดไหว? เพราะยิ่งยุ่งก็ยิ่งเครียด ยิ่งเครียดก็ยิ่งไม่มีแรง วนลูปแบบนี้ไม่ดีแน่เลยใช่ไหมคะ


แต่ทราบหรือไม่ว่า? การปล่อยให้ความเครียดสะสม อาจทำให้ร่างกายของเราเองเกิดความเหนื่อยล้ากว่าเดิม ประสิทธิภาพในการทำงานก็ลดลง แถมดีไม่ดียังอาจจะต้องเสียเวลาไปกับการฟื้นฟูร่างกาย และฮีลใจที่เหนื่อยล้าจากความเครียดอีกด้วย บทความนี้ KRA-JANG รวบรวม 12 วิธีกำจัดความเครียดง่าย ๆ ที่คนไม่มีเวลาสามารถลองเอาไปปรับใช้ได้ เห็นผลจริง แม้ในวันที่ตารางแน่นเอี๊ยด หากพร้อมแล้วก็ไปอ่านกันเลยค่ะ

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

    ความเครียดเพิ่มความเสี่ยงในด้านสุขภาพของเราอย่างไรบ้าง?

    สำหรับคนที่มีตารางแน่นเอี๊ยด การปล่อยให้ความเครียดสะสม อาจทำให้คุณทำงานผิดพลาด ป่วยได้ง่ายขึ้น และสุดท้ายก็จะยิ่งเสียเวลาไปกับการฟื้นฟูร่างกายที่อ่อนล้ามากกว่าเดิมอีก ซึ่งเวลาที่เราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมา ทำให้เรามีอาการต่าง ๆ เช่น ปวดหัว, ปวดเมื่อยตัว, นอนไม่หลับ, ระบบย่อยอาหารรวน รวมถึงรู้สึกหงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิในการทำงาน หรือที่แย่ที่สุดอาจเกิดภาวะ Burnout Syndrome จนอาจจะทำให้ต้องหยุดพักการทำงานไปเลยก็ได้

    12 วิธีกำจัดความเครียดเพิ่มพลังบวก ฮีลใจง่าย ๆ ฉบับคนยุ่ง จนแทบไม่มีเวลา

    12 วิธีกำจัดความเครียดที่ทำตามได้ไม่ยาก

    สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับภาวะ Toxic Productivity และมีความเครียดสะสม แต่ไม่มีเวลามากพอจะทำกิจกรรม Relax ที่ต้องใช้เวลาเยอะ มาดู 12 วิธีกำจัดความเครียดที่ออกแบบมาเพื่อคนมีเวลาน้อยโดยเฉพาะ แล้วลองเลือกวิธีแก้เครียดที่รู้สึกว่าใช่เหมาะกับเราที่สุดลองไปปรับใช้ดู จะมีวิธีไหนที่เวิร์กบ้าง ไปดูกันเลย 

    1. ขยับตัวยืดเส้นยืดสายสักเล็กน้อยในระหว่างวัน

    ไม่ต้องวิ่งมาราธอน เพียงแค่ลุกจากโต๊ะ ยืดเส้นยืดสาย บิดตัวซ้ายขวา หรือเดินขึ้นลงบันไดสัก 5 นาที ก็ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือก และทำให้สมองปลอดโล่งโปร่งขึ้นทันที ลองหาช่วงเบรกสั้น ๆ ในแต่ละวันแล้วขยับตัวดู รับรองว่าเป็นวิธีกำจัดความเครียดที่ใคร ๆ ก็ทำได้ค่ะ

    2. หายใจเข้าลึก ๆ 1 นาที เพื่อช่วยดึงสติกลับมา

    ใครที่รู้สึกหัวสมองหนักอึ้ง มีแต่เรื่องในหัวเต็มไปหมด แนะนำว่าระหว่างที่กำลังยืนรอลิฟต์ รอคิว หรือตอนพักเบรกระหว่างวัน ให้ลองหลับตา หายใจเข้าลึก ๆ ค้างไว้ 3 วินาที แล้วค่อย ๆ หายใจออกช้า ๆ ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง เพียงแค่ 1 นาที จากตอนแรกที่รู้สึกเครียด มีแต่เรื่องวุ่นวายให้คิดเต็มหัว ก็จะรู้สึกเบาสบายเหมือนได้รีเซ็ตตัวเองใหม่อีกครั้ง 

    3. ลองเขียนโน้ตสั้น ๆ เพื่อระบายความรู้สึกก็ช่วยได้

    ไม่ต้องเขียนระบายความในใจ ระบายความเครียดทั้งหมดยาวเป็นหน้า แค่ลองลิสต์ประเด็นสำคัญที่กังวลที่สุดลงไป ไม่ว่าจะระบายลงไปในโน้ตของมือถือ สมุดโน้ตเล็ก ๆ หรือโพสอิท ก็ช่วยให้หัวโล่งขึ้นได้ทันที เพราะเหมือนเป็นการเอาเรื่องเครียดที่เรากังวลใจบางส่วน ออกมาวางข้างนอก ซึ่งเทคนิคนี้นอกจากจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เราสามารถจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่กังวลใจได้ว่าเราควรรับมือ หรือจัดการปัญหาไหนก่อนหลังดี

    4. เปิดเพลงโปรดตอนทำงาน หรือในระหว่างเดินทาง

    อีกหนึ่งวิธีแก้เครียดที่หลายคนนิยมทำกัน อย่างการเปิดเพลงโปรดตอนทำงาน หรือในระหว่างเดินทาง อาจจะเลือกเพลงทำนองสบาย ๆ ช่วยให้ผ่อนคลาย หรือเพลงโปรดที่ไม่ว่าจะอารมณ์ไหนก็ต้องเปิดฟังทุกครั้ง เพราะการฟังเพลงช่วยในการปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ลองสร้างเพลย์ลิสต์เพลงสำหรับ “คลายเครียด” ของคุณเองดูสิคะ 

    5. ลดปริมาณการดื่มคาเฟอีนในแต่ละวันก็ช่วยได้

    แน่นอนว่าสำหรับวัยทำงานการเติมคาเฟอีน ไม่ว่าจะการดื่มกาแฟ ชา มัทฉะ ถือเป็นตัวช่วยที่ทำให้การทำงานในแต่ละวันเกิดความกระปรี้กระเปร่า มีพลัง และโฟกัสได้แบบไม่หลุดตลอดวัน แต่ทราบหรือไม่ว่า การดื่มมากเกินไปอาจเพิ่มความเครียดและรบกวนการนอนหลับ โดยงานวิจัยระบุว่าปริมาณของคาเฟอีนที่ควรได้รับในแต่ละวัน ต้องไม่เกินวันละ 400 มิลลิกรัม หรือประมาณกาแฟ 4–5 แก้ว เพราะการกำหนดปริมาณการดื่มคาเฟอีนในแต่ละวันให้เหมาะสม ถือเป็นการรักษาสมดุลของร่างกายและอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ

    6. จัดการเวลาให้ฉลาดขึ้น

    ทำยังไงให้หายเครียดด้วยการใช้ Project Management Tools

    สำหรับคนยุ่ง ๆ การใช้ Project Management Tools ช่วยจัดการงาน ตั้งแจ้งเตือนสำหรับงานสำคัญ หรือแค่ลิสต์สิ่งที่ต้องทำแล้วจัดลำดับความสำคัญ (ทำอะไรก่อน ทำอะไรหลัง) ซึ่งการวางแผนการทำงานทำงานที่ดีจะช่วยลดความวุ่นวาย และความรู้สึกกดดันได้เยอะเลยค่ะ

    7. หมั่นพักผ่อนในแต่ละวันให้เพียงพอ

    แน่นอนว่าเมื่อเกิดความเครียดมักทำให้นอนไม่หลับ นอนหลับยาก โดยเฉพาะเมื่อมีเรื่องให้คิดไม่หยุด ทั้งที่การนอนเป็นเวลาสำคัญให้สมองและร่างกายได้พักฟื้น ซึ่งตามหลักควรนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงเพื่อรักษาสมดุลของพลัง อารมณ์ และสมาธิ หากใครที่มีปัญหาเรื่องการนอน แนะนำว่าลองสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายก่อนเข้านอน เช่น ฟังเพลงเบา ๆ ทำให้สภาพแวดล้อมโดยรวมภายในห้องนอนนั้นเย็น มืด เงียบ รวมไปถึงปิดโทรศัพท์ และเข้านอนให้ตรงเวลาเป็นประจำ เพราะเพียงแค่ปรับสภาพแวดล้อมและรักษาเวลานอนให้สม่ำเสมอ ก็ช่วยให้การนอนหลับในแต่ละวันมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    8. เล่นกับสัตว์เลี้ยงก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้

    สำหรับใครที่มีสัตว์เลี้ยงที่น่ารักไม่ว่าจะเป็นน้องหมา น้องแมว และอีกมากมาย การเล่นกับน้อง ๆ จะช่วยให้ร่างกายของเราหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน (Oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข โดยเฉพาะใครที่มีเครียด ๆ ก็จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น อารมณ์ดีขึ้น และยังช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วย นอกจาก จะได้มีเวลาให้สัตว์เลี้ยงที่รักแล้ว ยังช่วยลดความเครียดจากเรื่องที่กังวลใจด้วย 

    9. พูดคุย ส่งข้อความ หรือโทรหาเพื่อนที่สนิท

    อีกหนึ่งวิธีแก้เครียด แถมยังช่วยลดความคิดมากของตัวเองลงได้ อย่างการพูดคุยปรึกษาเพื่อนสนิท ก็เป็นวิธีที่หลาย ๆ คนมักทำกัน เพราะการได้ระบายความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจ นอกจากจะได้รับคำปรึกษาดี ๆ นำไปปรับใช้ในเรื่องที่ไม่สบายใจแล้ว ยังช่วยให้ใจเบาขึ้นอีกด้วย ไม่จำเป็นต้องคุยนาน แค่พิมพ์ไลน์สั้น ๆ หรือโทรคุย 5 นาที ระบายความรู้สึกออกไปบ้าง ก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นแล้ว

    10. ลองพักทำสิ่งที่ชอบ 20 นาที

    พักสายตาจากงานหรือเรื่องที่ทำให้เกิดความเครียด ด้วยการทำสิ่งที่ชอบ 20 นาที เช่น ดูคลิปตลก ๆ ใน Social Media, เล่นเกมมือถือสั้น ๆ, หรืองีบพักสมองสัก 20 นาที ก็เป็นการรีชาร์จพลังงานได้ดีเยี่ยม ซึ่งการได้ทำสิ่งที่ชอบสั้น ๆ จะช่วยให้สมองได้พักจากเรื่องเครียด ๆ และกลับมาโฟกัสกับงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    11. ลด ละ เลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

    ถ้าช่วงไหนมีความเครียดมาก ๆ แนะนำว่าให้ลองลดแอลกอฮอล์ หรือบุหรี่ลง เพราะหลายคนที่มีความเครียดมักหันไปดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เพื่อช่วยให้ตัวเองผ่อนคลาย และลืมความเครียดเหล่านั้น แต่ว่าจริง ๆ แล้วการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เป็นการผ่อนคลายความเครียดแบบชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ กลับจะทำให้ร่างกายเราเหนื่อยล้ากว่าเดิม ดังนั้น ใครที่รู้สึกเครียด ๆ แนะนำให้ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่า หรือจิบชาสมุนไพรแทนจะดีกว่า

    12. ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

    มาถึงวิธีกำจัดความเครียดวิธีสุดท้ายที่แม้จะไม่มีเวลาแค่ไหน แต่ถ้าความเครียดเริ่มส่งผลเสียร้ายแรงกับการใช้ชีวิตประจำวัน, เริ่มรู้สึกนอนไม่หลับ, หงุดหงิดง่าย, รู้สึกเบื่อในการทำงาน รวมไปถึงส่งผลเสียกับสุขภาพในด้านอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องแบบนี้ ยิ่งเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้ามแล้วค่ะ 

    ซึ่งวิธีกำจัดความเครียดด้วยการปรึกษาจิตแพทย์ หรือนักจิตบำบัด จะช่วยให้สามารถปรับมุมมองต่อเรื่องที่เครียดและกังวลไปในทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุความเครียดที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไรอีกด้วย ดังนั้น อย่าปล่อยให้ความเครียดสะสมจนกระทบต่อสุขภาพนะคะ จนสายเกินไปนะ 

    สรุป

    เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ 12 วิธีกำจัดความเครียดที่เราคัดมาให้ ซึ่งแต่ละวิธีบอกเลยว่า จะตารางชีวิตจะแน่นเอี๊ยดแค่ไหน ก็ยังมีวิธีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถลองนำไปปรับใช้ เพื่อลดความเครียดและเพิ่มพลังให้ตัวเองได้ในทุก ๆ วัน และต้องจำไว้ให้ขึ้นใจเลยนะคะว่าการใส่ใจ Mental health ของตัวเองไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจ เพราะเมื่อ Mental health ของเราแข็งแรง และมีความสุขแล้ว ไม่ว่าจะเจอเรื่องหนักแค่ไหนก็มีพลังยิ้มรับได้ในทุกวันค่ะ

    Picture of krajang
    krajang

    บทความแนะนำ

    ในโลกดิจิทัลที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว การสร้างตัวตนของแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบนโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ของตนเอง
    1303
    แชร์
    ประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้เป็นสิ่งที่ควรทำเว็บไซต์ควรใส่ใจ โดยการปรับปรุงเชิง Technical SEO เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์และช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาคำตอบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
    1245
    แชร์
    ในโลกธุรกิจปัจจุบัน การทำ SEO นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่จะเห็นผลมากยิ่งขึ้นเมื่อทำ SXO หรือ Search Experience Optimization ควบคู่กันไปด้วย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดกลับไปให้ผู้ใช้
    1214
    แชร์

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    ยอมรับทั้งหมด
    จัดการความเป็นส่วนตัว
    • เปิดใช้งานตลอด

    บันทึกการตั้งค่า

    KRA-JANG พร้อมช่วยเหลือและทำธุรกิจไปกับคุณ

    รับการตอบกลับภายใน 1 ชั่วโมง