HTTPS คืออะไร ต่างจาก HTTP ยังไง สำคัญกับเว็บไซต์แค่ไหน?

แชร์

เว็บไซต์สองแห่งที่ขายสินค้าเหมือนกันทุกอย่าง อาจได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าต่างกันได้ เพราะเว็บไซต์ที่ใช้ HTTPS จะแสดงสัญญาณความปลอดภัยที่ผู้ใช้งานสังเกตเห็นได้ และช่วยปกป้องข้อมูลระหว่างทาง ต่างจากเว็บไซต์ที่ยังใช้ HTTP ซึ่งไม่มีการป้องกันนี้

แล้ว HTTP และ HTTPS คืออะไร ต่างกันตรงไหน สำคัญกับเว็บไซต์ธุรกิจแค่ไหน? บทความนี้กระจ่างจะพามาดูความหมาย วิธีการทำงาน ไปจนถึงวิธีตรวจสอบ และวิธีเปลี่ยนเว็บไซต์จาก HTTP เป็น HTTPS กันครับ

สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  • HTTPS คือโปรโตคอลรับส่งข้อมูลบนเว็บไซต์แบบเข้ารหัส ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกดักอ่านหรือแก้ไขระหว่างทาง
  • ตัวอักษร S ใน HTTPS ย่อมาจาก Secure เป็นตัวบ่งชี้ว่าเว็บไซต์นั้นเข้ารหัสการเชื่อมต่อแล้ว
  • HTTPS ช่วยปกป้องข้อมูลลูกค้าและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีการ Login หรือทำธุรกรรมออนไลน์

HTTPS คืออะไร?

HTTPS (Hypertext Transfer Protocol Secure) คือโปรโตคอลรับส่งข้อมูลบนเว็บไซต์แบบเข้ารหัส ทำงานร่วมกับ TLS (Transport Layer Security) ซึ่งเป็นโปรโตคอลความปลอดภัยที่เข้ารหัสข้อมูลระหว่างการเชื่อมต่อ ช่วยป้องกันบุคคลอื่นจากการดักอ่านหรือแก้ไขข้อมูลระหว่างทาง สังเกตได้จากสัญลักษณ์บ่งชี้ความปลอดภัยที่แถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ เช่น รูปกุญแจ ซึ่งรูปแบบจะแตกต่างกันไปตามแต่ละเบราว์เซอร์

HTTP กับ HTTPS ต่างกันอย่างไร?

HTTP (Hypertext Transfer Protocol) คือโปรโตคอลรับส่งข้อมูลบนเว็บไซต์แบบไม่เข้ารหัส เป็นต้นแบบที่ HTTPS พัฒนาต่อยอดมา ความต่างหลักอยู่ที่การเข้ารหัสข้อมูล พอร์ตที่ใช้ และสัญลักษณ์ที่เบราว์เซอร์แสดงให้เห็น

หัวข้อHTTPHTTPS
การเข้ารหัสไม่มีการเข้ารหัสด้วย TLSเข้ารหัสด้วย TLS
พอร์ตมาตรฐาน80443
ความปลอดภัยข้อมูลอาจถูกดักอ่านหรือแก้ไขระหว่างทางช่วยป้องกันการดักอ่านและแก้ไขข้อมูลระหว่างทาง
การใช้งานไม่เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่รับส่งข้อมูลของผู้ใช้งานจริงมาตรฐานที่ควรใช้กับเว็บไซต์ปัจจุบัน

เบื้องหลัง HTTPS เข้ารหัสข้อมูลได้อย่างไร?

HTTPS ทำงานโดยเข้ารหัสข้อมูลผ่านกระบวนการที่เรียกว่า TLS Handshake ซึ่งใช้การเข้ารหัส 2 แบบสลับกัน เริ่มต้นด้วยกุญแจคู่ (Asymmetric Encryption) ยืนยันตัวตนและแลกเปลี่ยนกุญแจกันก่อน จากนั้นจึงสลับมาใช้กุญแจลับร่วมกัน (Symmetric Encryption) เข้ารหัสข้อมูลจริงเพราะเร็วกว่า ทำให้ได้ทั้งความปลอดภัยและความเร็วในเวลาเพียงเสี้ยววินาที

ทำไมเว็บไซต์ถึงควรใช้ HTTPS?

HTTPS ช่วยปกป้องข้อมูล เพิ่มความน่าเชื่อถือ และส่งผลดีต่อ SEO ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจควรมีเป็นพื้นฐาน

  • ปกป้องข้อมูลลูกค้า: ช่วยป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นดักอ่านข้อมูลระหว่างการรับส่ง เช่น รหัสผ่านหรือข้อมูลการชำระเงิน
  • ป้องกันข้อมูลถูกแก้ไข: ข้อมูลที่ส่งระหว่างทางจะไม่ถูกดัดแปลงโดยไม่รู้ตัว เช่น การแอบเปลี่ยนเลขบัญชีในหน้าชำระเงิน
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือ: ช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจว่าการเชื่อมต่อกับโดเมนนั้นได้รับการรักษาความปลอดภัย ไม่ต้องเจอคำเตือนที่อาจทำให้ปิดหน้าเว็บไซต์หนีไปก่อนอ่านเนื้อหา
  • ส่งผลดีต่อ SEO: HTTPS เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ Google ใช้จัดอันดับ แม้ไม่การันตีอันดับ จึงเป็นสิ่งที่ SEO Audit มักตรวจสอบเสมอ

5 ขั้นตอนเปลี่ยนเว็บไซต์จาก HTTP เป็น HTTPS

เว็บไซต์ที่ยังใช้ HTTP สามารถเปลี่ยนเป็น HTTPS ได้โดยไม่ต้องปิดเว็บไซต์หรือหยุดให้บริการ แต่ควรทำตามลำดับขั้นตอนให้ครบ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานหรือ Google สับสนระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน

  1. สำรองข้อมูลเว็บไซต์และฐานข้อมูลก่อนเริ่มเปลี่ยนระบบ
  2. ติดตั้งใบรับรอง TLS ผ่านผู้ให้บริการ Hosting หรือ Cloudflare ซึ่งมีแบบฟรีอย่าง Let’s Encrypt ให้เลือกใช้ได้
  3. ตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ให้ทำ 301 Redirect จาก HTTP ไปยัง HTTPS ทั้งหมด
  4. อัปเดต Internal Links, Canonical URL และ Sitemap ให้ชี้ไปยัง HTTPS:// ทั้งหมด
  5. แจ้ง Google ผ่าน Google Search Console ถ้าตอนติดตั้งเคยใส่ URL เว็บไซต์แบบเจาะจงไว้ (เช่น http://example.com) ให้เพิ่มเวอร์ชัน https://example.com เข้าไปใหม่ และส่ง Sitemap เข้า Property ใหม่นี้ด้วย

หลังเปลี่ยนเสร็จ ให้ตรวจสอบว่ายังมีรูปภาพ สคริปต์ หรือลิงก์บางส่วนเรียกผ่าน HTTP หลงเหลืออยู่ไหม ถ้ามีจะทำให้เกิดปัญหา Mixed Content ซึ่งเบราว์เซอร์จะแจ้งเตือนว่าเว็บไซต์ไม่ปลอดภัยเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ Traffic หรืออันดับอาจผันผวนชั่วคราวระหว่างที่ Google กำลัง Reindex URL ใหม่ เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่าตั้งค่าผิด

HTTPS มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

HTTPS มีข้อจำกัดที่เจ้าของเว็บไซต์ควรรู้ไว้ ดังนี้

  • ใบรับรอง TLS มีวันหมดอายุ: ต้องต่ออายุตามรอบที่กำหนด บริการอย่าง Let’s Encrypt ต่ออายุอัตโนมัติให้ได้ แต่ควรตรวจสอบเป็นระยะว่าทำงานปกติ เพราะถ้าหมดอายุ เบราว์เซอร์จะแสดงคำเตือนทันที
  • ไม่ได้ยืนยันว่าเว็บไซต์นั้นน่าเชื่อถือ: เว็บไซต์หลอกลวงก็มี HTTPS ได้เช่นกัน เพราะ HTTPS ช่วยรักษาความปลอดภัยของการเชื่อมต่อ ไม่ได้รับประกันตัวเจ้าของเว็บไซต์หรือเนื้อหา ผู้ใช้งานจึงยังควรเช็กชื่อโดเมนก่อนกรอกข้อมูลสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ HTTPS

HTTPS ย่อมาจากอะไร?

HTTPS ย่อมาจาก Hypertext Transfer Protocol Secure แปลตรงตัวได้ว่า “โปรโตคอลรับส่งข้อมูล Hypertext แบบปลอดภัย” เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อแยกจาก HTTP ดั้งเดิมที่ไม่มีการเข้ารหัส

คำว่า HTTPS ตัวอักษร S คืออะไร?

ตัวอักษร S ใน HTTPS ย่อมาจาก Secure หมายถึงการเข้ารหัสข้อมูลที่เพิ่มเข้ามาจาก HTTP ปกติ ทำให้ข้อมูลที่รับส่งระหว่างผู้ใช้กับเว็บไซต์ปลอดภัยจากการถูกดักจับหรือปลอมแปลง

เว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ HTTPS ไหม?

จำเป็นครับ ไม่ว่าเว็บไซต์จะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ HTTPS ก็เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ควรมี เพราะนอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและ SEO ด้วยเช่นกัน

เว็บไซต์ที่ไม่มีฟอร์มกรอกข้อมูลยังจำเป็นต้องใช้ HTTPS ไหม?

จำเป็นครับ แม้เว็บไซต์จะไม่มีฟอร์ม Login หรือการกรอกข้อมูลส่วนตัว HTTPS ก็ยังเป็นมาตรฐานที่ควรใช้ เพราะช่วยเข้ารหัสข้อมูลระหว่างเว็บไซต์กับผู้ใช้งาน และป้องกันการดักอ่านหรือแก้ไขข้อมูลระหว่างทาง

สรุป

ไม่ว่าจะมองในมุมความปลอดภัยของข้อมูล ความน่าเชื่อถือของลูกค้า หรือ SEO ในระยะยาว HTTPS ก็เป็นสิ่งที่เว็บไซต์ธุรกิจควรมีเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่ตัวเลือกเสริมอีกต่อไป ถ้าเว็บไซต์ของคุณยังใช้ HTTP อยู่ ลองตรวจสอบและวางแผนเปลี่ยนมาใช้ HTTPS โดยเร็ว

ถ้าไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณตั้งค่า HTTPS ถูกต้องหรือยัง ทีม Krajang ช่วยตรวจสอบและวางระบบให้ได้

ปรึกษาทีมกระจ่างฟรี!

064-553-5526

info@krajang.co.th

Picture of krajang
krajang

บทความแนะนำ

กระบวนการทำ SEO ต้องใช้ความละเอียดและความแม่นยำค่อนข้างสูง การทำงานด้วย SEO Tool ต่าง ๆ จึงช่วยนักการตลาดประหยัดเวลา และช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามเป้าหมายอีกด้วย
2008
แชร์

KRA-JANG พร้อมช่วยเหลือและทำธุรกิจไปกับคุณ

รับการตอบกลับภายใน 1 ชั่วโมง