หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า Affiliate Marketing ในปี 2026 ยังทำเงินได้จริงอยู่ไหม ในยุคที่ทุกคนรีวิวสินค้าเหมือนกันหมด และคนดูก็ฉลาดพอที่จะรู้แล้วว่าอะไรคือรีวิวจริง อะไรคือรีวิวจ่ายเงิน
Krajang จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานว่า Affiliate Marketing คืออะไร ทำยังไง มีแพลตฟอร์มไหนบ้างในไทย ไปจนถึงวิธีที่ครีเอเตอร์ควรปรับตัวให้ยังสร้างรายได้ได้จริงในยุคนี้
Key Takeaway
- Affiliate Marketing คือ รูปแบบการตลาดที่ผู้โปรโมต (Affiliate) แนะนำสินค้าของแบรนด์ผ่านช่องทางของตัวเอง และรับค่าคอมมิชชั่นเมื่อเกิดยอดขายหรือ Action ตามที่กำหนด
- Affiliate Marketing ยังเวิร์กอยู่ในปัจจุบัน แต่ต้องเปลี่ยนจากยิงลิงก์เป็นสร้าง Trust เพราะผู้บริโภคปี 2026 ฉลาดขึ้นและเชื่อรีวิวทั่วไปน้อยลง
- แพลตฟอร์มหลักในไทย ได้แก่ Shopee Affiliate (ค่าคอมสูงสุด 60%), TikTok Affiliate และ Lazada Affiliate
- สิ่งสำคัญของ Affiliate Marketing คือเลือก Niche ที่รู้จริง สร้างความเชี่ยวชาญ และใช้คอนเทนต์ที่ให้คุณค่าก่อนขาย
Affiliate Marketing คืออะไร?
Affiliate Marketing หมายถึง รูปแบบการตลาดออนไลน์ที่เจ้าของสินค้าหรือแบรนด์ (Advertiser) จ้างบุคคลภายนอก (Affiliate หรือ Publisher) มาช่วยโปรโมตสินค้าผ่านช่องทางของพวกเขา และจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบคอมมิชชั่น เฉพาะเมื่อเกิดผลลัพธ์จริง เช่น มียอดขาย, มีคนคลิกลิงก์, หรือมีคนสมัครสมาชิก
4 บทบาทหลักใน Affiliate Marketing
ระบบ Affiliate Marketing ประกอบด้วย 4 ฝ่ายหลัก ได้แก่
- Advertiser (แบรนด์/เจ้าของสินค้า) — ผู้ที่ต้องการโปรโมตสินค้าและยินดีจ่ายค่าคอมมิชชั่น
- Affiliate / Publisher (ผู้โปรโมต) — ครีเอเตอร์, Blogger, Influencer หรือใครก็ตามที่มีช่องทางสื่อสาร
- Affiliate Network (ตัวกลาง) — แพลตฟอร์มที่เชื่อมระหว่าง Advertiser กับ Affiliate เช่น Shopee Affiliate Program, TikTok Shop
- Customer (ลูกค้า) — ผู้ที่คลิกลิงก์และซื้อสินค้า
Affiliate Marketingทำงานอย่างไร?
Flow ของ Affiliate Marketing ตั้งแต่เริ่มจนได้เงินมีดังนี้
- Affiliate สมัครโปรแกรมและรับ Tracking Link เฉพาะของตัวเอง
- Affiliate สร้างคอนเทนต์พร้อมฝังลิงก์ — บน Blog, TikTok, YouTube หรือ Instagram
- ผู้ชมคลิกลิงก์และถูกนำไปยังหน้าสินค้าของแบรนด์
- ถ้าผู้ชมซื้อสินค้า — ระบบบันทึกว่า Sale นี้มาจาก Affiliate คนไหน
- แบรนด์จ่ายค่าคอมมิชชั่นให้ Affiliate ตามอัตราที่กำหนด
Affiliate Marketingยังเวิร์กอยู่ไหมในปี 2026?
Affiliate Marketing ยังเวิร์กอยู่ แต่วิธีที่ได้ผลเปลี่ยนไปแล้ว
กว่า 80% ของแบรนด์ทั่วโลกยังใช้ Affiliate Marketing อยู่ และตลาดยังโตต่อเนื่อง (Business Research Insights, 2025) สิ่งที่หายไปไม่ใช่โอกาส แต่คือแนวทางแบบเดิมที่แค่โพสต์ลิงก์แล้วรอเงิน ครีเอเตอร์ที่ยังทำเงินได้ดีในปี 2026 คือคนที่สร้าง Trust กับกลุ่มเป้าหมายของตัวเองได้จริง ไม่ใช่คนที่มีลิงก์เยอะที่สุด
ทำไมวิธีเดิมถึงไม่ได้ผลแบบเดิม?
- ความเชื่อถือลดลง คนดูผ่านการเห็นรีวิวสินค้าทุกอย่างดีหมดมานานพอที่จะแยกออก แล้วว่าอะไรคือรีวิวจริง อะไรคือรีวิวจ่ายเงิน
- คอนเทนต์ท่วมตลาด ทุกคนรีวิวสินค้าเหมือนกัน พูดจุดเด่นเหมือนกัน ถ่ายสไตล์เดียวกัน คนดูจึงไม่มีเหตุผลจะซื้อผ่านใครคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ
- AI Generate รีวิวได้แล้ว ตลาดมีคอนเทนต์ล้นแต่ขาดคุณค่าที่แท้จริง คนอ่านรู้สึกได้ว่าอะไรเขียนโดยคนที่ใช้จริงและอะไรที่ Generate มา

แล้วครีเอเตอร์ต้องปรับตัวอย่างไร?
- ลงลึกใน Niche แทนรีวิวทุกอย่าง — เลือก Niche แคบ ๆ ที่รู้จริง เช่น อุปกรณ์กาแฟสำหรับคนทำที่บ้าน แทนรีวิวสินค้าทั่วไป ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสร้าง Trust ได้เร็วกว่าเสมอ
- สร้าง Community ก่อน ค่อย Monetize — เมื่อคนในกลุ่มไว้ใจเราแล้ว Affiliate Link จะกลายเป็นคำแนะนำจากคนที่รู้จริงไม่ใช่โฆษณา
- ทำคอนเทนต์ที่ให้คุณค่าจริง ๆ — Deep Dive ที่บอกว่าใช้มา 6 เดือนแล้ว จุดเด่นข้อเสียที่แท้จริงคืออะไร ยังได้รับความไว้วางใจสูงกว่าวิดีโอรีวิว 60 วินาทีเสมอ
Affiliate Marketingมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| เริ่มต้นได้โดยแทบไม่ลงทุน | รายได้ไม่แน่นอน โดยเฉพาะช่วงแรก |
| ไม่ต้องมีสินค้าหรือจัดการสต๊อก | ต้องใช้เวลาสร้าง Audience ก่อนถึงจะได้รายได้ |
| สร้าง Passive Income ได้จริงเมื่อระบบแข็งแกร่ง | แบรนด์อาจเปลี่ยนอัตราค่าคอมหรือปิดโปรแกรมได้ |
| ทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่จำกัดเวลา | แข่งขันสูงในหมวดสินค้ายอดนิยม |
| ยิ่งสร้างคอนเทนต์ดี ยิ่งทำเงินได้นาน | ต้องระวังเรื่องการเปิดเผยว่าเป็น Affiliate (FTC / กฎหมายไทย) |
| Scalable ขยายได้โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนมาก | Cookie Duration จำกัด (บางโปรแกรมแค่ 24 ชั่วโมง) |
6 แพลตฟอร์ม Affiliate Marketingยอดนิยมในไทยมีอะไรบ้าง?
แพลตฟอร์ม Affiliate ในไทยมีให้เลือกหลายตัว แต่ละตัวเหมาะกับ Channel และ Niche ที่ต่างกัน เรียงตามความนิยมในหมู่ครีเอเตอร์ไทยได้ดังนี้
1. Shopee Affiliate
แพลตฟอร์มที่ครีเอเตอร์ไทยเลือกมากที่สุด เพราะฐานผู้ใช้ใหญ่ที่สุดในไทยและไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำด้านผู้ติดตาม สมัครได้ทันที ค่าคอมมิชชั่นสูงสุด 60% ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า Cookie Duration 30 วัน และจ่ายค่าคอม 2 รอบต่อเดือน กลางเดือนและสิ้นเดือน มียอดขั้นต่ำ 100 บาท
2. TikTok Affiliate
Affiliate Marketing บน TikTok เหมาะกับครีเอเตอร์วิดีโอโดยเฉพาะ เพราะ TikTok ฝัง Shopping Link ไว้ในวิดีโอโดยตรง คนดูซื้อได้เลยโดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชัน ลด Friction ได้มาก ค่าคอม 1–80% ขึ้นอยู่กับที่ร้านค้าตั้ง เงื่อนไขสมัครต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป มีผู้ติดตาม 1,000 คน สำหรับ Live Affiliate ถ้าต่ำกว่า 1,000 ทำ Video Affiliate ได้แต่ Live ไม่ได้
3. Lazada Affiliate
คู่แข่งโดยตรงของ Shopee เหมาะกับคนที่ทำ Blog หรือ SEO เพราะ Cookie Duration 30 วันเหมือนกัน แต่ฐานผู้ใช้เล็กกว่า ค่าคอม 3–8% สำหรับสินค้าทั่วไป
4. Amazon Associates
Amazon เหมาะกับคนที่ทำคอนเทนต์ภาษาอังกฤษ ฐานสินค้ากว้างมากแต่ Cookie Duration สั้นเพียง 24 ชั่วโมง ค่าคอม 1–10% ขึ้นอยู่กับ Category
5. Agoda Affiliate
สำหรับ Agoda เหมาะกับคอนเทนต์ท่องเที่ยวเป็นพิเศษ เพราะมูลค่าการจองสูง ทำให้แม้ค่าคอม 4–6% แต่ได้เงินต่อครั้งมากกว่าสินค้าทั่วไปมาก Cookie Duration 30 วัน
6. iHerb Affiliate
iHerb เหมาะกับ Health และ Wellness Creator ค่าคอม 5–10% Cookie Duration 30 วัน จุดเด่นคือสินค้า Health จากต่างประเทศที่หาไม่ได้ในไทย ทำให้ Conversion Rate สูงกว่าหมวดอื่น
อยากเริ่ม Affiliate Marketingต้องทำยังไง?
หลายคนคิดว่าต้องมีผู้ติดตามเยอะก่อนถึงจะเริ่มทำได้ แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่สำคัญกว่าคือ รู้จริงในเรื่องที่จะพูด Krajang แนะนำให้เริ่มด้วย 5 ขั้นตอนนี้
1. เลือก Niche ที่ตัวเองรู้จริง
ก่อนสมัครโปรแกรมใด ๆ ต้องตอบคำถามนี้ก่อน คุณรู้เรื่องอะไรดีพอที่คนจะเชื่อคำแนะนำของคุณ? Niche ที่ดีควรมีสามองค์ประกอบ คือ ตัวเองมีความรู้หรือประสบการณ์จริง, มีคนสนใจเยอะพอ และมีสินค้าที่จะแนะนำได้

2. เลือก Platform และสมัครโปรแกรม Affiliate
เลือกแพลตฟอร์มให้ตรงกับ Niche และ Channel ของคุณ ถ้าทำ TikTok ให้เริ่มจาก TikTok Affiliate ถ้าทำ Blog ให้เริ่มจาก Shopee หรือ Lazada Affiliate ถ้าทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวให้เริ่มจาก Agoda
3. สร้าง Channel สำหรับ Promote
เลือก Channel ที่ตัวเองถนัดและ Niche ของคุณเหมาะ เช่น ถ้าเป็น Tech Reviewer → YouTube, ถ้าเป็นสินค้าแฟชั่น → TikTok + Instagram, ถ้าเป็นข้อมูลเปรียบเทียบสินค้า → Blog พร้อม SEO
4. สร้างคอนเทนต์ที่ให้คุณค่า ไม่ใช่แค่ยิงลิงก์
นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดในปี 2026 คอนเทนต์ที่ทำให้ Affiliate ยังได้ผลคือคอนเทนต์ที่ช่วยคนตัดสินใจได้จริง เช่น เปรียบเทียบสินค้า A กับ B อย่างตรงไปตรงมา, รีวิวหลังใช้งานจริง 30 วัน, หรืออธิบายว่าสินค้านี้เหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใคร
5. Track ผลและ Optimize
ดูว่าคอนเทนต์ไหน Convert ได้ดี สินค้าไหนมีคนซื้อมากสุด แล้ว Double Down กับสิ่งที่ได้ผล ใช้ Dashboard ของแต่ละแพลตฟอร์มในการ Track Click, Conversion Rate และยอดคอมมิชชั่น
กระจ่างชวนอ่าน: Personal Branding คืออะไร? เจาะลึก 8 เทคนิคสร้างแบรนด์ให้โดดเด่น และน่าจดจำ
ตัวอย่าง Affiliate Marketingที่เห็นภาพได้ชัด
ShopBack แบรนด์ที่ใช้ Affiliate เป็น Core Business
ShopBack คือตัวอย่างที่จับต้องได้ที่สุดของ Affiliate Marketing ในไทย โดยสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมผู้บริโภคกับร้านค้าออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee และ Grab จากนั้นรับค่าคอมมิชชั่นจากร้านค้า แล้วแบ่งส่วนหนึ่งคืนให้ผู้ใช้เป็น Cashback เพื่อสร้างแรงจูงใจในการซื้อซ้ำ โมเดลนี้คือ Affiliate Marketing ในระดับธุรกิจที่ทำให้ ShopBack เติบโตได้ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Travel Blogger กับ Agoda Affiliate
Travel Blogger ที่เขียนรีวิวที่พักและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในไทย เป็น Use Case ที่เห็นได้บ่อยมากในปัจจุบัน โดยฝัง Agoda Affiliate Link ในทุกบทความ เมื่อผู้อ่านคลิกและจองที่พักผ่าน Link Blogger รับ 4–6% ของมูลค่าการจอง จุดที่ทำให้รูปแบบนี้ได้ผลคือคอนเทนต์ให้คุณค่าจริงก่อน คนอ่านจึงไว้ใจคลิกลิงก์ต่อ
ครีเอเตอร์ทำอาหารกับ TikTok Affiliate
ครีเอเตอร์สายทำอาหารที่บ้านเป็นอีก Use Case ที่โตเร็วมากบน TikTok ในปี 2025–2026 โดยแนะนำอุปกรณ์ครัวจาก TikTok Shop ผ่านวิดีโอที่แสดงการใช้งานจริง คนดูกดซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชัน ความสำเร็จของรูปแบบนี้มาจากการที่สินค้าถูกใช้ให้เห็นจริงในวิดีโอ ไม่ใช่แค่พูดถึง ทำให้ Purchase Intent สูงกว่ารีวิวแบบบอกเล่าอย่างเห็นได้ชัด
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ Affiliate Marketing
วิธีเริ่ม Affiliate Shopeeสำหรับมือใหม่ทำยังไง?
สมัครได้ที่ affiliate.shopee.co.th โดยไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำด้านผู้ติดตาม กรอกข้อมูลส่วนตัว ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน ระบุ Channel ที่จะใช้โปรโมต แล้วรอการอนุมัติ 1–3 วันทำการ เมื่ออนุมัติแล้วเข้า Dashboard เพื่อดึงลิงก์สินค้าที่ต้องการโปรโมตได้ทันที เทคนิคที่ได้ผลคือเลือกสินค้าที่ใช้เองจริง ๆ และทำคอนเทนต์ที่ให้ข้อมูลก่อน แล้วลิงก์จะทำงานเอง
Affiliate Marketingกับ Influencer Marketing ต่างกันอย่างไร?
Affiliate Marketing วัดผลและจ่ายตาม Performance จริง เช่น ยอดขายหรือจำนวนคลิก ในขณะที่ Influencer Marketing มักจ่ายเป็น Flat Fee สำหรับการโพสต์คอนเทนต์โดยไม่ผูกกับยอดขาย ปัจจุบันสองโมเดลนี้เริ่มรวมกันมากขึ้น โดยแบรนด์จ่าย Influencer ทั้งค่าจ้างโพสต์และค่าคอมมิชชั่นพร้อมกัน
ต้องมีผู้ติดตามเท่าไหร่ถึงจะเริ่มทำ Affiliate ได้?
ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม Shopee Affiliate ไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำด้านผู้ติดตาม สมัครได้ทันที TikTok Affiliate ต้องมีผู้ติดตาม 1,000 คนขึ้นไปสำหรับ Live แต่ทำ Video Affiliate ได้แม้ผู้ติดตามน้อยกว่า สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนผู้ติดตามคือ Engagement Rate และ Trust ที่ผู้ติดตามมีต่อเรา
Affiliate Marketingเสียภาษียังไง?
รายได้จาก Affiliate Marketing ถือเป็นรายได้จากการรับจ้างหรือธุรกิจ ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ถ้ารายได้รวมทั้งปีเกิน 60,000 บาท (กรณีโสด) ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ 91 หากทำในนามบุคคลธรรมดาสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60% แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีเมื่อมีรายได้สม่ำเสมอ
สรุป
Affiliate Marketing ยังเป็นหนึ่งในช่องทางที่ทำเงินได้จริงในปี 2026 เพียงแต่รูปแบบเดิมที่แค่โพสต์ลิงก์แล้วรอนั้นใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่ต้องมีก่อนคือความรู้จริงในสินค้าที่แนะนำ เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่สร้าง Trust ให้คนอยากซื้อผ่านเรา
ถ้าพร้อมลงลึกใน Niche ที่ถนัด สร้าง Community ที่ไว้ใจกัน และทำคอนเทนต์ที่ช่วยคนตัดสินใจได้จริง Affiliate Marketing ก็ยังคงเป็นช่องทางสร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว
อยากได้ทีมช่วยวางกลยุทธ์คอนเทนต์และ Social Media ให้ธุรกิจ Krajang พร้อมดูแลคุณแบบครบวงจร
ปรึกษาทีมกระจ่างฟรี
064-553-5526
info@krajang.co.th